ทว่าตอนนี้ด่านพลังเขากลับทะลวงผ่านมาอีก 2 ขั้น บรรลุถึงเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุดเป็นที่เรียบร้อย!
กล่าวคือตอนนี้พลังของเขาเรียกว่าครอบงำผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนนภาขั้นเชี่ยวชาญทั่วไปเกือบทั้งหมด และทัดเทียมได้กับเซียนนภาขั้นสูงสุด
แต่แน่นอนว่าคำกล่าวครอบงำเซียนนภาขั้นเชี่ยวชาญนั้น ย่อมหมายถึงในกรณีที่อีกฝ่ายไม่เชี่ยวชาญเวทย์พลังใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวทย์พลังขั้นสูง หาไม่แล้วต้วนหลิงเทียนก็ไม่กล้าพูดเต็มปากว่าสามารถสยบผู้ฝึกกตนขอบเขตเซียนนภาขั้นเชี่ยวชาญทั้งหมดในใต้หล้าได้ เพราะยังมีตัวแปรอีกมากมายที่เขาไม่ทราบค่า…
“นั่นมิใช่ต้วนหลิงเทียนหรือไร…ไฉนไปลอยร่างใกล้ๆตำหนักเอกอุเช่นนั้นเล่า?”
หลังจากผ่านไปพักหนึ่ง เหล่าศิษย์ที่ไปขุดหินเซียนประจำวันเสร็จ ต่างก็ทยอยกันกลับที่พัก จนได้เห็นร่างต้วนหลิงเทียนที่ลอยเด่นกลางฟ้าสูงใกล้ๆกับเกาะลอยอันมีตำหนักเอกอุปลูกสร้างเอาไว้…
“มัน…หรือว่า…มันคิดจะท้าทายศิษย์พี่ซุนเต๋อเพื่อชิงตำหนักเอกอุ!?”
ไม่นานศิษย์คนหนึ่งก็หยีตากล่าวออกด้วยอาการตื่นตระหนก เมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ออก
“เรื่องนี้…อาจเป็นไปได้จริงๆ!”
คนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที