หลังกัวฉงจากไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างย้อนกลับไปยังเขตที่พักแท่นบูชาเต่าทมิฬ ไม่นานก็กลับมาถึงเรือนชั้นรองของตัวเอง
อย่างไรก็ตามตลอด 1 เดือนหลังจากนั้นเขาไม่ได้ปิดด่านบ่มเพาะพลัง
เวลาที่เหลือบ้างก็ใช้ทำความเข้าใจยอดใจกระบี่ บ้างก็พยายามตีความเวทย์พลังอื่นๆที่เขามีให้บรรลุสู่ขั้นตอนความสำเร็จที่สูงขึ้น
สำหรับเวทย์พลังเจ้าปัญหาอย่าง ‘ปราการเต่าทมิฬ’ นั้น…เขาพักมันเอาไว้ก่อน
‘ไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาคลำทางให้เหนื่อย ขอเพียงเห็นใครสักคนใช้เวทย์พลังปราการเต่าทมิฬ ข้าต้องสำเร็จมันได้ในเวลาอันสั้นแน่’
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมต้วนหลิงเทียนถึงเลือกที่จะพักการตีความเวทย์พลังปราการเต่าทมิฬเอาไว้ก่อน
นอกจากนั้นเวทย์พลังอื่นๆของเขายังมีช่องว่างให้ก้าวหน้าขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นปฐมเวทย์กลืนกิน หรือเซียนอมตะข้ามภพ
เช่นนั้นต้วนหลิงเทียนจึงเลือกที่จะใช้เวลากับพวกมันมากขึ้น
ดั่งคำที่ว่า…ฟ้าย่อมไม่ละทิ้งคนเพียร!
สิบเดือนต่อมา ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็ได้สัมผัส ‘ธรณีประตู’ ขอบเขตที่ 3 ของยอดใจกระบี่ได้สำเร็จ และสามารถยกระดับความเข้าใจที่มีต่อเวทย์พลังเซียนอมตะข้ามภพไม่น้อย อย่างไรก็ตามตอนนี้ปฐมเวทย์กลืนกินคล้ายพบพานจุดรอคอย คงยากที่จะก้าวหน้าขึ้นได้หากไม่เกิดอาการรู้แจ้งอะไรขึ้นมา
“ถึงเวลาแล้ว…”
เพียงห้วงคิด ร่างต้วนหลิงเทียนก็วูบออกมานอกเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติทันที