“ข้าเองก็มิรู้จุดประสงค์ที่แน่ชัดนัก…อย่างไรก็ตาม ‘เว่ยเหอ’ ก็มากับอาวุโสคุมกฏคนนั้นเช่นกัน”
เมิ่งจินที่เหินร่างนำหน้ากล่าวตอบ
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อได้ยินนาม ‘เว่ยเหอ’
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้…
“เว่ยเหอที่ข้ากล่าว มันเป็นศิษย์เอกของอาวุโสหลี่อันประจำแท่นบูชาเต่าทมิฬเรา นอกจากนี้ยังเป็นอาจารย์ของหยวนหง ศิษย์แท่นบูชานกไฟที่เจ้าฆ่าตายไปเมื่อ 2 เดือนก่อน”
คล้ายรับรู้ถึงความสงสัยของต้วนหลิงเทียนก็ไม่ปาน เมิ่งจินพลันกล่าวออกมาอีกครั้ง
อาจารย์ของหยวนหง?
ต้วนหลิงเทียนฟังแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ความสงสัยในใจยังมากขึ้นตามติด
ภายใต้การนำทางของอาวุโสเมิ่งจิน ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างมาถึงตำหนักหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเขตพื้นที่แท่นบูชาเต่าทมิฬ ตำหนักแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าลึก แลดูไม่ได้โดดเด่นอะไรสักเท่าไหร่
หากไม่ได้เมิ่งจินเป็นคนนำทางมา เกรงว่าต้วนหลิงเทียนคงยากจะหาสถานที่แห่งนี้ได้พบ
ตำหนักแลดูเก่าแก่โบราณ แต่ยังคงสะอาดสะอ้านคล้ายดูแลรักษาอย่างดี
หลังจากที่เมิ่งจินเหินร่างลงไปและเข้าไปในตำหนัก ต้วนหลิงเทียนที่ตามติดเข้ามา ไม่นานก็พบเห็นร่างที่คุ้นตาในห้องโถงของตำหนัก
ร่างที่คุ้นตาดังกล่าว เป็นหนึ่งใน 3 ร่างที่คล้ายเฝ้ารอการมาของเขาในห้องโถง คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากอาวุโสคุมกฏประจำแท่นบูชาเต่าทมิฬ กัวฉง!