เมิ่งจินหัวเราะเสียงดังทั้งวาจาที่กล่าวออกก็เปิดเผยจริงใจราวคนใจกว้างผู้หนึ่ง ทำให้ต้วนหลิงเทียนที่จับจ้องมองตาอีกฝ่ายไม่กระพริบ สามารถพบได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายกล่าวออกจากใจจริงๆ เช่นนั้นจึงเหินร่างติดตามไปต่อโดยไม่คลางแคลงอะไรอีก
“แต่จักว่าไป ตรงนี้ก็มิค่อยมีผู้คนแล้ว เช่นนั้นข้าบอกเจ้าไว้ก่อนก็มิเสียหายอันใด…”
ครู่ต่อมาหลังเหินร่างไปสักพัก เมิ่งจิน พลันกล่าวบอกออกมาต่อว่า “เหตุผลที่ข้ามาตามตัวเจ้าเช่นนี้ เป็นเพราะการมาเยือนของอาวุโสคุมกฏจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
“หือ? ผู้อาวุโสคุมกฏจากดินแดนศักดิสิทธิ์มาหาข้างั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนหยีตาลง กล่าวถามออกไปทันที “อาวุโสเมิ่งจิน รบกวนบอกข้าได้หรือไม่ ว่าอาวุโสคุมกฏจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาหาข้าเรื่องอะไร…”
แม้ปากจะกล่าวถามออกไปแบบนั้น แต่ในใจต้วนหลิงเทียนตอนนี้อดไม่ได้ที่จะกระตุกไปวูบหนึ่ง…
‘หรือว่าหลี่อันมันสามารถค้านคำตัดสินของอาวุโสกัวฉงเมื่อ 2 เดือนก่อนได้แล้ว?’
อย่างไรก็ตามความคิดดังกล่าวพึ่งผุดขึ้นในหัวไม่ทันไร ต้วนหลิงเทียนก็ปัดมันตกไปทันที
เพราะเขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันมน่าจะเป็นไปได้!
ด้วยระดับพรสวรรค์รากวิญญาณของเขาตอนนี้ หอคุมกฏไม่มีทางเปลี่ยนคำตัดสินและลงโทษเขาแน่!
‘แต่ถ้าไม่ใช่เพราะคำตัดสินของอาวุโสกัวฉงถูกค้าน ทำไมอาวุโสคุมกฏของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ถึงต้องมาหาข้าถึงแท่นบูชาเต่าทมิฬตอนนี้กัน?’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง