“น้องหลิงเทียน เจ้าอยู่ลัทธิบูชาไฟตัวคนเดียวไร้คนหนุนหลังเช่นนี้ ขอเจ้าจงระวังตัวให้มาก…รอจนกว่าธุระของข้าเสร็จสิ้น ข้าจะรีบกลับมา บางทีถึงตอนนั้นข้าอาจสามารถช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง หาใช่ไร้ประโยชน์อย่างเช่นตอนนี้!”
กู่ลี่พยักหน้ารับคำ ก่อนที่จะกล่าวถล่มตัวออกมา ยังหัวเราะตัวเองไปรอบหนึ่ง…
“ท่านพูดอะไรของท่านกันพี่กู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ยังเป็นพี่ชายของข้าต้วนหลิงเทียนคนนี้ นี่เป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเสียงเข้ม
และภายใต้สายตาของต้วนหลิงเทียน กู่ลี่ก็ยิ้มส่งเป็นครั้งสุดท้าย ค่อยเหินร่างจากไปจนไกลลับฟ้า…
จนเมื่อแผ่นหลังของกู่ลี่หายลับขอบฟ้าไปแล้ว ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างมองจ้องอย่างเลื่อนลอยจึงค่อยรู้สึกตัว เขาหันหลังกลับ ก่อนที่จะลอยร่างออกจากเขตแท่นบูชานกไฟกลับไปยังแท่นบูชาเต่าทมิฬทันที
สิ่งที่เขาต้องการกลับไปกระทำมากที่สุดในตอนนี้คือบ่มเพาะพลัง!
ตอนนี้พรสวรรค์รากวิญญาณของเขาได้เปลี่ยนเป็นรากวิญญาณสีน้ำเงินแล้ว…ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาเรียกว่าเร็วกว่าก่อนหน้าถึงสองเท่า!
‘ไมเกินสิบวันครึ่งเดือนข้าสามารถทะลวงถึงเซียนมนุษย์ขั้นเชี่ยวชาญได้แน่…และข้าน่าจะใช้เวลาอีกราวๆหนึ่งเดือนเพื่อทะลวงให้ถึงเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุด! หลังผ่านไป 3 เดือนครบกำหนดที่ข้าต้องไปรับโทษขุดเหมืองอะไรนั่น…พลังฝึกปรือของข้าสมควรทะลวงถึงขอบเขตเซียนปฐพีขั้นต้นได้แล้ว!’