“ตอนนี้ผู้สืบทอดคนคู่ได้อยู่ในมือของข้าแล้ว…หลังตามหามาเนิ่นนานในที่สุดข้าก็ได้พบพานผู้สืบทอดที่เหมาะสม และคำนวณจากเวลาตอนนี้ เยว่อู๋หยิ่งสมควรพาตัวทั้งคู่มาใกล้ถึงแล้ว…”
ชายชรากล่าวออก
“เยว่อู๋หยิ่ง? เจ้ากระเทยน่าตายคนนั้นน่ะรึ?”
ได้ยินคำของชายชรา ประกายแห่งความรังเกียจพลันสว่างวาบขึ้นในแววตาของสตรีโฉมงามผู้นี้ทันที
‘ความรังเกียจ’ นั่น เห็นได้ชัดว่ามุ่งเป้าไปที่ ‘เย่วอู๋หยิ่ง’ ที่ชายชรากล่าวถึง
“หญิงม่ายฮัว เจ้าเรียกผู้ใดว่ากระเทยน่าตายกันหา?”
ไม่ทันที่เสียงของสตรีงดงามจะดังจะขาดคำ พลันมีเสียงเล็กแหลมอันแฝงโทสะหนึ่งดังขึ้น
เสียงนี้คล้ายดังกึกก้องมาจากทุกทิศทาง หากทว่ามิอาจแลเห็นผู้กล่าววาจาในยอดเขาอันปกคลุมไปด้วยหิมะขาวแห่งนี้ได้เลย…เป็นการเร้นกายอันแยบคายยิ่งนัก!
“ผู้ใดน้ำเสียงเหมือนกระเทยน่าตาย ข้าย่อมเรียกหามันผู้นั้น! ทำไม เจ้ามิพอใจรึ? อย่าได้ลืมเสียเล่าว่าด่านพลังฝึกปรือของเจ้ายังด้อยกว่าข้า…แต่หากเจ้ามิพอใจอันใดจะมาต่อยตีกับข้าสักคราก็ย่อมได้!”
ทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กเรียกหาตัวว่า ‘หญิงม่าย’ สตรีงดงามร่างอ้อนแอ้นอรชรเมื่อครู่ก็คล้ายจะแปรเปลี่ยนไปเป็นนางจิ้งจอกแสนดุร้ายในพริบตา
“ฮึ่ม!”
เสียงสบถแหลมดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะจางหายไปและคล้ายกับจะจางหายไปอย่างสมบูรณ์…
“เฮ่อ…เจ้าก็ถือว่าเป็นอาวุโสของรุ่นหลังแล้ว…แต่ไฉนยังชมชอบหาเรื่องเด็กน้อยนั่นมิเลิกเล่า?”