ตาสีโคลนของผู้ชราทอดมองไปยังสุดขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้อันมีทิวขาวจรดคราม มือขวาพลันยกขึ้นลัดนิ้วคล้ายกับคิดคาดคำนวณอะไรบางอย่าง ปากพึมพำกล่าวแว่วกระซิบท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บ “หมอกพิรุณกำลังเติบโตเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง…ยิ่งไปกว่านั้นคล้ายทายาทของจอมเผด็จการจะปลุกจิตล้างผลาญได้สำเร็จ…ดูเหมือนวันเวลาที่คนของ 7 ทวาราเที่ยงแท้จักกลับมารวมตัวกัน คงเหลืออยู่อีกไม่นานแล้ว…”
“วันเวลาที่ 7 ทวาราเที่ยงแท้จักกลับมารวมตัวกันคงเหลืออยู่อีกมินานงั้นหรือ? ผู้เฒ่าพยากรณ์ความฝันชั่วชีวิตท่านใกล้เติมเต็มแล้วรึ?”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด เหนือยอดเขาหิมะโปรยพลันปรากฏร่างสตรีอรชนอ้อนแอ้นนางหนึ่งย่างเยื้องเข้าไปหาชายชรา แม้สองเท้าจะก้าวย่ำเดินออก หากแต่บนหิมะกลับไม่เหลือรอยเท้าของนางแม้แต่น้อย
ร่างบางเพียงก้าวอาดๆไม่กี่ก้าว คนคล้ายดั่งมายาเลื่อนลอย พริบตาก็บรรลุถึง…
สตรีอ้อนแอ้นอรชรนางนี้ รูปหน้างดงามหมดจดนักกอปรทั้งทรวดทรงองค์เอวอันไร้ที่ติ เพียงได้เห็นสักครั้งคงยากที่จะมีผู้ใดสามารถลืมเลือนนางได้
เมื่อนางได้ยินคำกล่าวของชายชรา ปากเล็กๆอดไม่ได้ที่จะคลี่หัวเราะส่งสำเนียงพริ้งดังออก
“แต่เท่าที่ข้ารู้มามิใช่ว่าผู้สืบทอดทวาราเที่ยงแท้ลำดับ 6 คนคู่ ยังมิมีข่าวคราวเลยมิใช่หรือ?”
สตรีงามกล่าวออกอีกครั้ง