หวู่ยี่ย่อมเป็นกังวลไม่น้อยเมื่อเห็นการพยักหน้ารับเป็นมั่นเหมาะของกัวฉง มันไม่ต้องการให้เป็ดที่ปรุงสุกแล้วบินหนีไปที่ใด จึงเร่งกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเว้าวอน “ท่านก็เห็นว่าข้าเองก็อายุไม่น้อยแล้ว หากแต่ข้ายังมิมีศิษย์ดีๆให้ถ่ายทอดทุกสิ่งเลย…ทุกคืนวันข้าล้วนกินไม่ค่อยได้นอนไม่ค่อยหลับ…”
“หากท่านยินดียกต้วนหลิงเทียนให้ข้า…ข้าหวู่ยี่จะจดจำบุญคุณครั้งนี้ของอาวุโสกัวฉงไปชั่วชีวิต!!”
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆ มองคนสองคนกล่าวคำกันตาปริบๆ…โดยเฉพาะหวู่ยี่คนนี้ แต่ต้นจนจบดูเหมือนมันจะไม่เคยถามความเห็นของเขาเลยสักคำไม่ใช่รึไง?
กัวฉงที่โดนหวู่ยี่รบเร้าไม่เลิก พอมาได้ยินวาจาเหลวไหลเพราะคิดแย่งตัวต้วนหลิงเทียนรอบนี้ก็ถึงกับตบะแตก ใจคิดจะสวนกลับไปดังๆ ‘กินไม่ได้นอนไม่หลับบ้านเจ้า ตัวกลมอ้วนตั้บเช่นนี้! เจ้ากินไม่ได้ผู้ใดในโลกยังเรียกว่ากินได้!!’ ทว่าพอหันไปเห็นทีท่าของต้วนหลิงเทียน สองตาของมันคล้ายสังเกตเห็นบางอย่างจึงลุกวาวขึ้นมาทันที เร่งกล่าวออกมาว่า “อาวุโสหวู่ยี่…เรื่องนี้ใช่เรื่องที่ท่านต้องกล่าวถามข้าด้วยหรือ ไยไม่ถามไถ่ต้วนหลิงเทียนเจ้าตัวดูก่อนเล่า?”
“หากต้วนหลิงเทียนไม่คิดอยู่ที่แท่นบูชานกไฟแห่งนี้ล่ะ? หรือท่านคิดจะจับคนมัดไว้หรือไร! ในความเห็นข้าจักเป็นการดีที่สุดที่พวกเราจะถามความเห็นของเจ้าตัว มิใช่ท่านมาโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมข้าด้วยเรื่องเหลวไหลพรรค์นั้น…”