ขณะเดียวกันเหล่าศิษย์แท่นบูชานกไฟที่ชมดูก็อึ้งไปชั่วลมหายใจ ก่อนจะคืนสติและรีบร้อนโคจรพลังหมายทะยานร่างพุ่งตามไปชมดูเรื่องราวสนุกสนานบันเทิงใจบทนี้ ว่าที่แท้จะจบลงเช่นไร
ทว่ามวลพลังพึ่งก่อเกิดหมุนเวียนในร่างเตรียมปะทุใช้ออกเพื่อเหินขึ้นฟ้า พวกมันก็จำต้องชะงักลงจนขุมพลังขาดห้วง เหม่อมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความประหลาดใจแทน…
กล่าวให้ชัดพวกมันกำลังมองเมฆก้อนหนึ่งที่ต้วนหลิงเทียนกับหยวนหงพุ่งหายลับไปก่อนหน้า…บัดนี้ได้ถูกผู้คนใจร้ายพุ่งร่างฉับไวจนทำให้สายลมปั่นป่วนพัดพาจนแตกกระจาย…
และหลังม่านเมฆที่กระจายตัวออก ต้วนหลิงเทียนที่ทุกผู้คนคิดว่าหนีไปแล้วนั้น…กลับลอยร่างอยู่อย่างสงบ
ไม่เพียงแค่นั้น…
นอกจากคนลอยร่างอย่างสงบ ในมือของต้วนหลิงเทียนยังหอบหิ้วคอเสื้อของร่างๆหนึ่งเอาไว้….เป็นร่างของหยวนหงที่พึ่งพุ่งร่างตามขึ้นไปนั่นเอง!
และตอนนี้ร่างหยวนหงที่ถูกหอบหิ้วอยู่ก็ปรากฏหลุมโลหิตตามร่างถึง 3 หลุม โลหิตของมันไหลออกจ๊อกๆ ร่วงลงจากฟ้าแตกกระจายเป็นบุปผาสีชาดกลางหาว…สภาพคนมองไปยังคล้ายตอนเป็นเพียงสิ่งของดั่งหมูไก่สุนัขเจียนตายรอลงหม้อต้ม…
เหตุผลที่กล่าวว่าเจียนตาย เพราะทุกคนยังสัมผัสได้ว่าหยวนหงยังหลงเหลือลมหายใจอยู่!
และในสภาพที่ทุกผู้คนเงียบงันถึงขั้นหยุดลมหายใจ เสียงลมหายใจรวยรินของหยวนหงจึงดังให้ทุกคนได้ยินกันชัดถนัดหู…หากไม่รีบรักษาเกรงว่าลมหายใจนี้คงได้หายไปจริงๆแน่!!