เนื่องเพราะหยวนหงเองก็ไม่ได้ลงมือกับต้วนหลิงเทียนสุดแรง และต้วนหลิงเทียนเองก็มีจำนวนชีพจรเซียนเหนือล้ำเกินชาวบ้าน พลังทั่วกายดูดเข้าจ่ายออกคล่องแคล่วฉับไวเหนือจินตนาการผู้คน ม่านพลังที่แม้ก่อเกิดในพริบตาก็สามารถลดทอนพลังทำลายไปได้กว่า 8 ส่วน เหลืองเพียง 2 ส่วนที่ซัดกระแทกเข้าร่าง จึงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่บาดเจ็บเล็กน้อยที่ว่า…ต้วนหลิงเทียนก็ยังต้องรู้สึกแน่นหน้าอกเพราะอวัยวะถายในถูกคลื่นพลังสะเทือนไปอยู่บ้าง!
“เจ้าเป็นใคร ไฉนถึงมาลอบทำร้ายข้า?”
สูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่งร่างต้วนหลิงเทียนที่กระเด็นไปเล็กน้อยก็หยุดค้างกลางหาวอย่างมั่นคง มือยกขึ้นปาดเช็ดโลหิตที่ซึมออกมุมปาก กล่าวถามเสียงเย็น
เขาถามตัวเองดู ก็พบว่าไม่เคยเห็นหน้าค่าตาอีกฝ่ายมาก่อนเลย! เช่นนั้นย่อมมั่นใจว่าไม่เคยมีความบาดหมางกับอีกฝ่าย แล้วไฉนคนผู้นี้ถึงได้ลอบทำร้ายเขาอย่างไร้เหตุผล?
ต้วนหลิงเทียนไม่อาจนึกออกได้จริงๆ
“นั่นศิษย์พี่หยวนหงนี่นา!”
“ไฉนศิษย์พี่หยวนหงถึงได้ลอบซัดเจ้าศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬนั่นเล่า? อย่าได้บอกข้าว่าศิษย์แท่นบูชาเต่าทมิฬนั่นมันกล้าล่วงเกินอะไรศิษย์พี่หยวนหง?”
….
หยวนหงลงมือซัดต้วนหลิงเทียนแบบนี้ แน่นอนว่าต้องดึงดูดความสนใจของเหล่าศิษย์แท่นบูชานกไฟไม่น้อย
หลังจากนั้นไม่นานเหล่าศิษย์แท่นบูชานกไฟก็ทยอยกันออกจากที่พัก เพื่อมาชมดูเรื่องราวทันทีหลังได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอก