ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่าตอนนี้พลังเซียนสุริยันในร่างมันหายไปหมดสิ้น ร่างกายเขาคล้ายเปล่าเปลือยไม่เหลือพลังใดๆ…
ความรู้สึกว่างเปล่าดังกล่าว ไม่ต่างอะไรจากความรู้สึกตอนใช้กระบี่นิลสวรรค์ด้วยพลังทั้งหมดเลย…
‘พลังปะทุเมื่อครู่ ดูเหมือนจะน่ากลัวยิ่งกว่าพลังของกระบี่นิลสวรรค์ซะอีก…นี่มันจะไม่รุนแรงเกินจริงไปหน่อยรึไง’
‘แต่ให้เทียบกันแล้วกระบี่นิลสวรรค์เพียงให้ความรู้สึกพลังสาบสูญไปทั่วร่างจนว่างเปล่า…ทว่าตอนนี้มันทำให้ข้าเจ็บปวดแทบตาย! ให้ตายก็ไม่คิดทะลึ่งใช้มันอีกเด็ดขาด!!’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวอย่างลับๆ
เมื่อกวาดตาลงมามองร่างจางจี้ที่นอนกระอักเลือดบนพื้นอีกครั้ง และยืนยันได้แล้วว่ามันไม่ได้ถึงตายหรือพิการอะไร เพียงแค่วูบไปชั่วคราวและตอนนี้ก็เหมือนจะฟื้นขึ้นมาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกโล่งใจนัก
“จางจี้…จากนี้ไปเรือนชั้นรองของเจ้า เป็นของข้าต้วนหลิงเทียน…”
เหลือบมองจางจี้ด้วยหางตา ต้วนหลิงเทียนก็พยายามกล่าวออกมาเสียงเย็นอย่างยากลำบาก
ครู่ต่อมาเขาก็ไม่อาจฝืนรั้งอะไรได้อีกเร่งโรยตัวลงไปและเข้าบ้านพัก หรือ ‘เรือนชั้นรอง’ ของจางจี้ทันที
หลังจากปิดประตูแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ถึงกับทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นทันที กระทั่งยังยากจะยืนได้อยู่นาน