“ข้าคิดว่ามันเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง! กระทั่งข้ายังมีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าในเรื่องนี้! ตอนนี้พรสวรรค์รากวิญญาณของข้าหายไปแล้วแท้ๆ แต่ข้ากลับไม่อาจจัดการมันได้!”
กล่าวจบกู่ชุนก็กำหมัดแน่น
“เปิดกางเขตแดนเพื่อปิดกั้นสายตาผู้คนงั้นเหรอ…ฟังจากที่เจ้าเล่ามา 9 ใน 10 ส่วนล้วนเป็นเพราะมันที่ทำให้รากวิญญาณของเจ้าหายไป”
ลูกตากู่หลงเผยประกายเย็นชาออกมา หลังนิ่งคิดไตร่ตรองไปพักหนึ่ง “มันสมควรสำเร็จทักษะอันน่าเหลือเชื่อบางประการที่สามารถทำลายพรสวรรค์รากวิญญาณโดยมิทำลายดวงจิตของผู้อื่นได้…”
“ทว่าในสายตาของคนทั่วไป ถึงแม้จะเป็นตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ก็ยังเป็นมิได้ที่จะทำลายพรสวรรค์รากวิญญาณของใครโดยไม่ทำร้ายดวงจิตของคนๆนั้น! เช่นนั้นตั้งแต่ต้นจนจบจึงมิมีผู้ใดคลางแคลงสงสัยมัน!!”
ท้ายประโยค ขณะกล่าวกู่หลงยังเผยจิตสังหารเย็นเยียบออกมา จนบรรยากาศรอบกายคล้ายจะเย็นลงทันตา
หากต้วนหลิงเทียนมาอยู่ที่นี่แล้วได้ยินคำของกู่หลง เกรงว่าคงมีหวาดเสียวกันบ้าง
ถึงแม้ว่ากู่หลงอาจจะไม่ได้เดาถูกทั้งหมด แต่ก็มีเค้าความจริงอยู่หลายส่วน!
“ฟังท่านพี่แล้วข้าก็คิดว่ามันสมควรเป็นเช่นนั้นจริงๆ! อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนที่แล้ว พอต้องเผชิญหน้ากับการสาบานต่อทัณฑ์อัสนีข้ากลับหวาดกลัวที่จะเดิมพัน…ข้ากลัวว่าหากมันไม่ได้ทำจริงๆ ข้าจะถูกฟ้าพิฆาตตายตก! ท่านพี่ข้าใช่คนขี้ขลาดหรือไม่ ท่านคงผิดหวังในตัวข้าแล้วใช่ไหม?”