ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเร่งส่งเสียงไปกล่าวถามผู้เฒ่าหั่วหลังชักนำพรสวรรค์รากวิญญาณที่กลายมาเป็นพลังขุมหนึ่งเข้ามาในดวงจิตแล้ว เขาก็พบว่าขุมพลังดังกล่าวบังเกิดความเปลี่ยนแปลง มันกำลังอ่อนลงทุกขณะ!
พรสวรรค์รากวิญญาณของเขาเองก็อยู่ในดวงจิตเช่นกัน
และแม้ว่าผู้เฒ่าหั่วจะไม่บอกว่าเขาควรชักนำมันมาที่ดวงจิตแบบนี้ แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าสมควรต้องทำเช่นนี้
“มิยาก เจ้าเพียงชักนำขุมพลังดังกล่าวให้เข้าไปในดวงจิต และเอามันไปใกล้ๆรากวิญญาณของเจ้าเสีย ไม่สำคัญว่าเจ้าจะสัมผัสได้ถึงพรสวรรค์รากวิญญาณของตัวเจ้าเองหรือไม่ เพียงแค่ทำให้ขุมพลังดังกล่าวกำจายไปทั่วใจกลางดวงจิตของเจ้าเสีย”
“เจ้ามิต้องกังวล ว่าพลังของปฐมเวทย์กลืนกินของเจ้าจะทำร้ายพรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าเอง อีกทั้งขุมพลังที่เจ้าดูดกลืนมาก็ไม่อาจทำอันตรายเจ้าได้ เพียงชักนำมันไปอยู่ใกล้ๆเถอะ เดี๋ยวพรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าจะทำการจัดการดูดซับพลังดังกล่าวเข้าไปเสริมสร้างด้วยตัวของมันเอง”
เสียงของผู้เฒ่าหั่วพลันดังขึ้น และท้ายประโยคผู้เฒ่าหั่วยังกล่าวเสริมออกมาว่า “ส่วนเรื่องที่พรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าจะยกระดับพัฒนาไปได้มากเพียงใด…ข้าเองก็มิอาจรับประกันได้”
ผู้เฒ่าหั่วกล่าวเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าการดูดกลืนพรสวรรค์รากวิญญาณผู้อื่นมาส่งเสริมพรสวรรค์รากวิญญาณเป็นเพียงแนวคิด หลังเห็นพลังของปฐมเวทย์กลืนกินเท่านั้น