เจียงผิงอันแย้มยิ้ม ไม่เอ่ยคาใด
ต่อให้เขาหมดตัวจริง ๆ อย่างมากอีกฝ่ายก็ท าได้เพียงบ่น
เขานามีดออกมาแล้วเริ่มผ่าศิลา
ครั้งนี้เขาบรรจงผ่าอย่างยิ่ง ด้วยกลัวว่าจะเผลอผ่าเมล็ดหญ้า ผลึกน้าแข็งจนเสียของโดยไม่ตั้งใจ
มุมศิลามารดาถูกผ่าไปหนึ่งมีด และเมื่อลงมีดหนที่สี่ กลิ่นหอมก็ โชยออกจากศิลามารดา
“มีของ!”
ความเศร ้าหมองบนใบหน้าของเมิ่งจิงปลาสนาการเฉียบพลัน ชะโงกหน้าน้อยมามองทันที
เจียงผิงอันบรรจงแยกศิลา นาสิ่งที่อยู่ภายในออกมา
มันเป็ นไม้สีเขียวชิ้นเท่าหัวแม่มือ ให้กลิ่นหอมชวนสบายใจยิ่ง
“ไม้กฤษณานิลเขียว!”
เจ้าหน้าที่เดิมพันศิลาทั้งหลายต่างผงะ
มิใช่เพราะสิ่งนี้หายากเพียงไร แต่เป็ นเพราะอีกฝ่ ายผ่าเจอของดี เช่นนี้ตั้งแต่ศิลาก้อนแรก
เมิ่งจิงถามอย่างตื่นเต้น
นางไม่สนใจหรอกว่าไม้อะไร แค่อยากรู ้ราคาของมันเท่านั้น
ชายชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาพินิจ ก่อนจะตอบว่า “ไม้กฤษณานิล เขียวชิ้นนี้เก่าแก่ยิ่ง เสียแก่นแท้ไปมากนัก”
“หากเป็ นของในยุคสมัยนี้ คงราคาหลายล้าน แต่ชิ้นนี้รับซื้อได้ ในราคาเพียงสี่แสนสามหมื่น”
เมิ่งจิงลิงโลด “แพงจัง!”