ส่วนกระท่อมไม้อีกหลังนั้น กลับมีร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่…เป็นนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง ฉีจิ้ง!
ตอนนี้วิญญาณของฉีจิ้งก็ฟื้นฟูใกล้สมบูรณ์เต็มที กำลังจะผสานเข้ากายหยาบแล้ว
ยามเมื่อผสานเข้ากายหยาบ มันก็เสมือนเกิดใหม่ได้มองเห็นฟ้าครามและโลกกว้างอีกครั้ง…
แอ๊ด…
ทันใดนั้นเองประตูกระท่อมไม้ของฉีจิ้งก็ถูกคนเปิดออก
“กลับมาแล้วรึ?”
ถึงแม้ตอนนี้ฉีจิ้งจะยังไม่ได้ผสานวิญญาณเข้ากับกายหยาบอย่างสมบูรณ์ หากแต่มันสามารถใช้สำนึกเทวะได้ตามใจชอบแล้ว คิดรับรู้สภาพแวดล้อมโดยรอบหรือสนทนาย่อมง่ายดายนัก
“อืม”
และผู้ที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นจูลี่ฉีเอง!
อย่างไรก็ตามวันนี้สายตาที่จูลู่ฉีใช้มองร่างฉีจิ้ง กลับเผยประกายเยียบเย็นกว่าที่เคย
“สหายจู…มิใช่เจ้าออกไปล้างแค้นเฝิงปู่อี้รึไร ไฉนกลับมาเร็วนักเล่า? หรือได้เรื่องอันใดแล้ว?”
ฉีจิ้งกล่าวถาม
“อ่อ มันตายแล้ว…”
จูลู่ฉีกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“เช่นนั้นก็ดี! หากข้าฟื้นตัวเต็มที่เมื่อใด ข้าจะส่งมอบเคล็ดวิชาบทสุดท้ายของเคล็ดมารกลืนหยินให้กับเจ้า! ภายภาคหน้ามีเจ้ากับข้าร่วมมือกัน ใต้หล้านี้ยังมีผู้ใดต้านทานพวกเราได้อีก!”
ฉีจิ้งส่งเสียงผ่านสำนึกเทวะด้วยความฮึกเหิมลำพอง แลดูมันหมายมั่นตั้งใจนัก
“เกรงว่าเจ้าจักมิมีโอกาสนั้น…”
ทว่าจูลู่ฉีกลับกล่าวสืบต่อออกมาเสียงเย็นทันที
“เหอะๆ สหายจูอย่าได้ล้อเล่นแล้ว”
ฉีจิ้งคิดว่าจูลู่ฉีเพียงกล่าวล้อเล่น