เสียงผ่านสำนึกเทวะของฉีจิ้งตอนนี้กลายเป็นวุ่นวายร้อนรนหนักหนาแล้ว
ถึงแม้ว่าวิญญาณของฉีจิ้งจะยังไม่ได้ผสานเข้าร่างทำให้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่ด้วยสำนึกเทวะไหนเลยมันยังไม่ทราบว่าแขนขาของมันถูกตัดขาดไปแล้ว
“ภายภาคหน้าข้าคิดดูดซับไอพลังจันทรา ตามเคล็ดมารกลืนหยินฉบับดั้งเดิม…เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้ายังต้องการเคล็ดความบทสุดท้ายอีกหรือไม่?”
จูลู่ฉีกล่าวออกเสียงเรียบ ขณะที่คล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงสะบัดมืออีกครั้งป่นทำลายแขนขาที่กระชากขาดจนกลายเป็นละอองโลหิต…
สุดท้ายฉีจิ้งก็ทำได้แค่ร่ำร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในใจ แน่นอนว่าจูลู่ฉีก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันนอนอยู่เช่นนี้ ยังใช้พลังหอบหิ้วร่างคนที่คล้ายตอไม้มุ่งหน้าไปยังถ้ำที่มันได้ตระเตรียมเอาไว้เนิ่นนานแล้วทันที…
มันโยนร่างไร้แขนขาของฉีจิ้งเข้าไปไว้ในส่วนลึกสุดของถ้ำ ก่อนที่จะปิดผนึกถ้ำเอาไว้อย่างดี ไม่อาจมีใครล่วงรู้ได้เลยว่าลึกลงไปใต้หุบเขาแห่งนี้กลับมีร่างอนาถาหนึ่งถูกทิ้งเอาไว้
อีกทั้งวิญญาณของฉีจิ้งที่แต่เดิมใกล้ฟื้นฟูสมบูรณ์แล้ว ก็ถูกจูลู่ฉีฝังไอมารขุมหนึ่งเอาไว้ ซึ่งไอมารขุมนี้สามารถกัดเซาะวิญญาณของฉีจิ้งได้ หากแต่อานุภาพไม่ร้ายแรงถึงขั้นทำลายดับสูญ…เพียงทำให้ดวงวิญญาณของฉีจิ้งไม่อาจฟื้นตัวได้สมบูรณ์ไปตลอดกาล…