“หากนางกลับมาแล้ว ฝากพวกเจ้าทักทายนางแทนข้าด้วย…เอาล่ะ ข้าต้องไปแล้ว ถนอมตัวด้วย”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวคำลาเสร็จก็หันหลังเหินร่างจากไปทันที
เซี่ยวหลันกับปี้เหยาได้แต่เหม่อมองแผ่นหลังต้วนหลิงเทียนห่างไกลออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความอื้ออึง…
กระทั่งแผ่นหลังต้วนหลิงเทียนหายลับไปจากสายตาพวกนางสักพัก ทั้งคู่จึงค่อยดึงสติความคิดให้กลับคืนมาได้ หากแต่แววตายังเต็มไปด้วยความเศร้านัก…
“หากชีวิตนี้มีสักวันที่เขาปฏิบัติกับข้าได้สักครึ่งเหมือนที่ทำกับเค่อเอ๋อ ให้ข้าตายก็ไม่เสียดายแล้ว…”
เซี่ยวหลันกล่าวรำพันออกมาเบาๆ
“ข้าด้วย”
ปี้เหยาพยักหน้าเห็นด้วย
วาจารำพันปานเสียงกระซิบของสายลมจากสตรีทั้ง 2 แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนย่อมไม่ได้ยิน
หลังผละจากเซี่ยวหลันกับปี้เหยาแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างไปยังเขตแท่นเมฆาครามทันทีเพื่อหาตัวกู่ลี่ เขาไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับกู่ลี่ว่าจะขึ้นไปยังภูมิภาคเบื้องบนด้วยกัน…
แท่นเมฆาครามก็เป็นสถานที่บ่มเพาะ ที่เหล่าศิษย์หัวกะทิของตำหนักเมฆาครามมาช่วงชิงกัน
หากเป็นก่อนหน้านี้ต้วนหลิงเทียนอาจมีความสนใจในการต่อสู้ไต่อันดับชิงแท่นเมฆาครามอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้พลังฝีมือของเขาก้าวข้ามเหล่าศิษย์ตำหนักเมฆาครามเหล่านี้ไปไกลแล้ว แท่นเมฆาครามแห่งนี้จึงไร้ความท้าทายให้เขาสนใจอะไรอีกต่อไป
“อ้าว น้องหลิงเทียน”