อย่างไรก็ตามมีคำกล่าวที่ว่า ‘รักบ้านยังพาลรักไปถึงอีกาที่เกาะบนหลังคา’ ต้วนหรูเฟิงที่พบพานป๋ายลี่หง เฟิ่งหวู่เต้าและทุกคนเป็นครั้งแรกก็ไม่ได้วางท่าสูงส่งอะไรแม้แต่น้อย ยังแลดูสบายๆเป็นกันเอง ต้อนรับป๋ายลี่หงกับเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆอย่างดี
สุดท้ายเหล่าผู้มีอายุก็สนทนากันอย่างสนุกสนาน หั่วร่อกับเรื่องราวเหลวไหลในอดีตของต้วนหลิงเทียน แลคล้ายสหายที่รู้จักกันมานานปี
“ปรมาจารย์ป๋ายลี่ พี่เฟิ่ง แล้วก็พวกเจ้าทุกคน…จากนี้ไปให้ยึดถือที่นี่เป็นบ้านเถอะ! ตราบใดที่อยู่ในตำหนักเมฆาคราม ทุกคนจักได้รับการดูแลอย่างดี นอกจากนี้ทุกคนจักได้รับที่พักอันมีสถานที่บ่มเพาะพลังที่ดีที่สุด รวมถึงได้รับแจกทรัพยากรบ่มเพาะเท่าที่ต้องการ”
ต้วนหรูเฟิงกล่าวกับป๋ายลี่หงและคนอื่นๆด้วยดีเห็นทุกคนเป็นดั่งญาติสนิท ยังมองสหายต้วนหลิงเทียนทุกคนด้วยสายตาเหมือนบิดากำลังมองบุตร
“ขอบคุณจ้าวตำหนักต้วนแล้ว”
ป๋ายลี่หงและคนอื่นๆเร่งกล่าวขอบคุณออกมาด้วยรอยยิ้มทันที
“เทียนเอ๋อ เจ้าจัดการเรื่องที่พักให้ศิษย์พี่ลุงเฟิ่งรวมถึงสหายของเจ้าเสร็จแล้ว กลับมาหาพ่อด้วย”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะพาป๋ายลี่หงและคนอื่นๆไปเข้าที่พัก เพียงก้าวออกจากประตูโถงหลักได้ไม่ทันไร เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในหูของเขา เป็นเสียงของต้วนหรูเฟิง บิดาเขาเอง
ทว่าเขาสัมผัสได้ว่าคราวนี้ในน้ำเสียงของบิดากลับฟังดูหนักอึ้งชอบกล