และฟังไปเสียงกล่าวของผู้นำ ยังแลดูสุภาพนัก
มีเพียงคนเดียวเท่านั้นในภูมิภาคที่ทำให้ผู้นำของมันสามารถกล่าววาจาออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นนี้ได้…ไม่ใช่ใครอื่น…
จ้าวตำหนักเมฆาคราม ต้วนหรูเฟิง!
เมื่อมองไปยังบ้านไม้หน้าน้ำตกไกลตา จงฉีชานก็เห็นร่างหนึ่ง ซึ่งทำให้หน้าของมันเปลี่ยนเป็นซีเเขียวทันที ‘มารดามันเถอะ! เป็นจ้าวตำหนักเมฆาครามต้วนหรูเฟิงจริงๆ!’
ก่อนที่จะเห็นต้วนหรูเฟิงกับตา จงฉีชานก็ลอบหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์และมันคาดผิด!
ทว่าพอมันพบว่าเป็นต้วนหรูเฟิงจริงๆ มันก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความสิ้นหวัง
เพราะต้วนหรูเฟิงผู้นี้เป็นตัวตนอันน่ากลัว! อัจฉริยะภาพและพรสวรรค์ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้นำตู้กูของมันเลย…เช่นนั้นหมายความว่าชั่วชีวิตนี้มันไม่มีวันล้างแค้นอีกฝ่ายได้แล้ว…
“ผู้นำตู้กู”
เผชิญหน้ากับคำกล่าวของตู้กู ต้วนหรูเฟิงที่ค่อยๆก้าวเดินออกมาจากบ้านมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ก็กล่าวคำทักทายออกมาพร้อมพยักหน้าลงอย่างเฉยเมย
“แอ๊ด”
“แอ๊ด”
…
ตอนนี้เองประตูบ้านไม้อีก 3 หลังที่เหลือก็ทยอยกันเปิดออก ร่างคน 3 คนก้าวเดินออกมาหยุดยืนหลังต้วนหรูเฟิง
เป็นต้วนหลิงเทียน กู่มี่ และกู่ลี่
“กู่มี่!”
เมื่อทั้ง 3 คนปรากฏกายออกมา สายตาของจงฉีชานกับเฝิงปู่อี้หันมองไปยังร่างชายชราผอมแห้งในชุดคลุมลมดำที่แลดูเย็นชาก่อนทันที ในแววตายังเผยความหวาดกลัวไม่น้อย