เพราะถึงแม้จะต่อให้พวกมันร่วมมือกัน ก็ไม่อาจมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าจะสามารถเอาชนะกู่มี่ได้!
ต่างจากจงฉีชานและเฝิงปู่อี้ เมื่อทั้ง 3 ปรากฏตัว สายตาของตู้กูไม่ได้เหลือบแลกู่มี่แต่อย่างใด เพียงไปหยุดอยู่ที่ร่างของต้วนหลิงเทียน!
ใบหน้านี้ก่อนหน้ามันเคยเห็นมากกว่าหนึ่งครั้ง
แน่นอนว่าที่เคยเห็นล้วนเป็นภาพวาด
อย่างไรก็ตามภาพวาดดั่งกล่าวช่างวาดได้เหมือนตัวจริงนัก เมื่อคนมายืนอยู่ตรงหน้ามันก็สามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกันกับคนในภาพ!
“นั่นน่ะหรือบุตรชายของต้วนหรูเฟิง ต้วนหลิงเทียน?”
ตู้กู ยอมรับเลยว่าชายหนุ่มผู้นี้ แลละม้ายคล้ายต้วนหรูเฟิงอยู่หลายส่วน
สายตาของตู้กูที่มองต้วนหลิงเทียน จงฉีชานกับเฝิงปู่อี้ย่อมสังเกตเห็นได้ในเวลาอันสั้น พวกมันจึงว่ายตามองตามไปทันที และในที่สุดก็ไปหยุดที่ร่างต้วนหลิงเทียน
เพียงแรกเห็นพวกมันก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงพรึงเพริด ถึงขั้นสูดลมหายใจเข้าดั่งฟืด!
ต่อมาพวกมันก็หันมามองสบตากันอีกครั้ง ในแววตายังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเหลือเชื่อ
“พี่จงชายหนุ่มผู้นี้…มิใช่เป็นคนที่ถือครองตราผนึกมารหรือไร!?”
“นั่นสิไม่คิดเลยว่าพวกเราจะได้เจอตัวต้วนหลิงเทียนที่นี่! ตราผนึกมารอยู่กับมัน!!”
…
แววตาจงฉีชานกับเฝิงปู่อี้ที่ใช้มองต้วนหลิงเทียนนั้น เรียกได้ว่าแทบจะยิงพุ่งรังสีความโลภรูปเงินออกมาอยู่รอมร่อ
“ช้าก่อนพี่จง!”