ชิงเหยียนพยักหน้า ค่อยพูดต่อว่า “ต้วนหรูเฟิงมันพาลูกชายมาถึงวันนี้…พอข้าส่งพวกมันเสร็จแล้วก็รีบมาหาเจ้าทันที และข้าบอกได้เลย ว่าต่อให้เจ้ายังไม่ทะลวงเซียนปฐพีเหมือนตอนนี้ เจ้าก็เอาชนะ ต้วนหลิงเทียน นั่นได้แน่นอน…”
“เพราะถึงแม้ข้าจะไม่ได้ตรวจสอบพลังในด้วยทักษะวิญญาณลี้ลับอันใด แต่จากสำนึกเทวะของมันที่แผ่มาตรวจสอบข้าเอง ทำให้ข้าพบว่า…ด่านพลังของมันยังพึ่งอยู่ในขอบเขตอริยะเซียนเท่านั้น!”
ชิงเหยียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้มแสยะ
“ว่าอะไร? อริยะเซียน!?”
ได้ยินคำของชิงเหยียนไม่เพียงตี้จิ่วจะไม่เผยสีหน้ายินดีตามที่ชิงเหยียนคาด กลับเผยสีหน้าอึมครึมคล้ายหวาดกลัวแทน “พึ่งผ่านไปแค่ 5 ปี…แต่พลังฝึกปรือมันทะลวงมาถึงอริยะเซียนแล้ว? นี่มันบ่มเพาะฝึกปรืออย่างไรกันแน่?!”
ไม่น่าแปลกที่ตี้จิ่วจะตกตะลึง
ต้องทราบด้วยว่าตอนที่มันเจอต้วนหลิงเทียนครั้งแรก พลังฝึกปรือต้วนหลิงเทียนพึ่งอยู่ในขอบเขตสู่เซียนเท่านั้น ยังไม่แม้แต่จะทะลวงถึงเซียนดั้งเดิมด้วยซ้ำ…
ทว่าวันนี้มันกลับได้รับทราบจากปากชิงเหยียนว่าพลังฝึกปรือของต้วนหลิงเทียนบรรลุถึงขอบเขตอริยะเซียนแล้ว!
จะไม่ให้มันแปลกใจได้อย่างไรไหว?!
“แต่…ไม่ว่าพรสวรรค์ของมันจะสูงส่งเพียงใด มันก็ยังเป็นแค่อริยะเซียนเท่านั้น! อีก 3 วันหลังจากนี้ข้าจะฆ่ามันให้ตาย!!”
หลังนิ่งไปพักหนึ่งตี้จิ่วค่อยคืนสติ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุร้ายน่ากลัว