“ตี้จิ่ว ข้ารู้ว่าเจ้าอยากฆ่าต้วนหลิงเทียนนั่นให้ตาย แต่อย่าได้ลืมไปเสีย…ว่าบิดาของมันคือต้วนหรูเฟิงจ้าวตำหนักเมฆาคราม! เพราะกริ่งเกรงเผ่าพันธุ์มังกรที่ภูมิภาคเบื้องบน ต้วนหรูเฟิงจึงมิได้ลงมือกับเผ่ามังกรของเราจริงจัง แต่หากบุตรชายมันถูกฆ่าตาย มันต้องคุ้มคลั่งเป็นแน่!”
ชิงเหยียนกล่าวออกเสียงเครียด “หากต้วนหรูเฟิงเกิดคุ้มคลั่งขึ้นมา มันต้องระบายโทสะกับเผ่าพันธุ์มังกรของพวกเราแน่นอน…ถึงแม้ว่าสุดท้ายเผ่าพันธุ์มังกรภูมิภาคเบื้องบนจะลงมาแก้แค้นให้พวกเรา แต่ต้องเผชิญกับโทสะของต้วนหรูเฟิงเช่นนั้น เกรงว่าเผ่าพันธุ์มังกรภูมิภาคเบื้องล่างของพวกเรา คงถูกต้วนหรูเฟิงฆ่าล้างหมดสิ้นแล้ว….”
แม้ตี้จิ่วจะกระเหี้ยนกระหือรือหมายฆ่าต้วนหลิงเทียนล้างแค้นส่วนตัว
และมันรู้ดีว่าสัญญานัดหมายประลอง 5 ปียังไม่ใช่เวลาที่เหมาะต่อการฆาต้วนหลิงเทียน
“แต่…ข้าอยากฆ่ามันให้ตาย!”
และถึงตี้จิ่วรู้ว่าชิงเหยียนกล่าวถูก แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ
“เจ้าใจเย็นก่อนเถอะ สักวันเจ้าต้องได้ฆ่าต้วนหลิงเทียนนั่นแน่ เพียงแค่เจ้ามิอาจฆ่ามันต่อหน้าต้วนหรูเฟิงเท่านั้น…ทว่าต้วนหรูเฟิงสามารถอยู่กับมันได้ตลอดเวลาหรือ?”
ลูกตาชิงเหยียนทอประกายเย็นเยียบ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
ได้ยินคำของชิงเหยียน ตี้จิ่วก็พยักหน้าเข้าใจ
มันรู้ดีว่าคิดฆ่าต้วนหลิงเทียน ก็ทำได้แค่เฝ้ารอโอกาสที่เหมาะสม
“จริงสิ! เจ้าเคยได้ยินเรื่องตราผนึกมารหรือไม่?”