หลังจากผ่านไปหลายวัน ในที่สุดมันก็ค้นหาเบาะแสมาถึงพื้นที่ใกล้เคียงตำหนักเมฆาคราม
“ผู้พิทักษ์ จ้าวจิน แห่งตำหนักฟ้าลี้ลับ ใคร่พบท่านจ้าวตำหนักเมฆาครามสักครา!”
จ้าวจินป้องมือประสาน ไว้ที่ระดับอกก่อนที่จะก้มหัวโค้งคารวะกล่าวคำกลางอากาศ น้ำเสียงของมันสุภาพทั้งเรียบๆร้อยๆนัก
หากมองให้ดีจะพบว่าหน้าผากของจ้าวจินปรากฏเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมา
เห็นชัดว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจอย่างตำหนักเมฆาคราม ผู้พิทักษ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับเช่นมันก็ต้องสงวนท่าที
อันที่จริงจ้าวจินก็ไม่คิดจะแวะมายังตำหนักเมฆาครามเช่นนี้
อย่างไรก็ตามหลังมันพยายามตามหาเบาะแสรอบๆแล้วแต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย มันก็รู้สึกมืดแปดด้าน
พอคิดได้ว่าองครักษ์เกราะทมิฬของตำหนักเมฆาคราม สมควรลาดตระเวณที่ทางแถวนี้เป็นประจำ มันจึงคิดถามไถ่เบาะแสเรื่องจ้าวเติงสักครา
ดังนั้นมันจึงเดินทางเข้าสู่ทะเลสาบผานหลง ทั้งกล่าวคำอหังการว่าอยากขอพบจ้าวตำหนักเมฆาคราม
มันต้องการให้จ้าวตำหนักเมฆาครามสอบถามหน่วยองครักษ์ทมิฬ…ว่ามีผู้ใดเห็นจ้าวเติงลูกชายของมันบ้างหรือไม่
“ข้าคือผู้พิทักษ์จ้าวจินแห่งตำหนักฟ้าลี้ลับ มาขอพบท่านจ้าวตำหนักเมฆาครามในนามของตำหนักฟ้าลี้ลับ!”
เมื่อนึกถึงคำมั่นสัญญาของเมิ่งฉิง จ้าวจินก็เลือกที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง
ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม!
……
ไม่นานองครักษ์เกราะทมิฬ 10 นายก็ปรากฏตัวขึ้น