สือฟูฉางที่เป็นผู้นำของหน่วยองครักษ์เกราะทมิฬหมู่นี้ ก้าวออกมาข้างหน้าค่อยถาม “เจ้าคือจ้าวจิน ผู้พิทักษ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับ?”
“ใช่!”
จ้าวจินพยักหน้ากล่าว “ท่านสมควรเป็นสือฟูฉางใช่หรือไม่ ข้ามาที่นี่ด้วยคิดขอพบท่านจ้าวตำหนักเมฆาครามในนามของตำหนักฟ้าลี้ลับสักครา…รบกวนท่านนำความนี้ไปรายงานด้วย”
สือฟูฉางพอได้ยินก็พยักหน้ารับคำ ค่อยกล่าว “โปรดรออยู่ที่นี่”
จ้าวจินพยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง และไม่ได้วางท่าถือดีอะไรเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นแค่สือฟูฉางและผู้ฝึกตนขอบเขตอริยะเซียน
ดังคำกล่าวที่ว่า “ใต้ชายคาผู้อื่น ไม่อาจไม่คำนับ” ตอนนี้มันกำลังขอเข้าพบจ้าวตำหนักเมฆาคราม หากมันมามีเรื่องราวอะไรกับสือฟูฉางตัวเล็กๆนี่เข้า น่ากลัวว่าจะเสียการใหญ่แล้ว
“ผู้พิทักษ์จ้าวจินจากตำหนักฟ้าลี้ลับ ต้องการพบท่านจ้าวตำหนักในนามตำหนักฟ้าลี้ลับงั้นเหรอ?”
แน่นอนว่าแม้จะเป็นคงครักษ์เกราะทมิฬ แต่อาศัยยศสือฟูฉางย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าพบจ้าวตำหนัก เช่นนั้นจึงเป็นหรงหยวนที่รับเรื่องนี้เอาไว้
“จ้าวจิน…ไม่ใช่ว่าเป็นบิดาจ้าวเติงหรือไร?”
ในใจหรงหยวนพลันปรากฏเรื่องหนึ่งขึ้นมา มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มแสยะ
“เอาล่ะ เจ้าไปบอกลูกน้องเจ้า ว่าให้พาจ้าวจินนั่นมารอที่ห้องโถงหลักนี่เสีย…”
กล่าวสั่งสือฟูฉางจบคำ ร่างหรงหยวนก็จากไปทันที
“ทราบ!”