“หากข้าเดาไม่ผิด จ้าวจี้มันคงใช้ความแค้นที่มีต่อเฝิงปู่อี้ของจ้าววังจูเป็นชนวนเหตุ คอยหาโอกาสสุมน้ำมันราดรดกองไฟเรื่อยๆ สุดท้ายด้วยความแค้นเข้าครอบงำ จ้าววังจูเลยถูกจ้าวจี้จูงจมูกให้ลักพาตัวฉีจิ้ง!”
เหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้วนหลิงเทียนคาดเอาเองทั้งสิ้น
“หากข้าเดาไม่ผิด…ช่วงที่เกิดเรื่องในพื้นที่ตะวันตก และพบซากศพแห้งเหี่ยวจำนวนมากจ้าวจี้มันคงไม่อยู่ในตำหนักฟ้าลี้ลับสินะ…ไม่ใช่แค่นั้น ให้ข้าเดามันคงกลับมาตอนที่เรื่องแดงพอดีล่ะสิ?!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามจ้าวเติงออกมาเป็นชุด
จ้าวเติงที่ได้ยิน และนิ่งคิดไปก็พบว่ามันเป็นความจริง
“หากไร้หลักฐาน ก็อย่าได้ปากพล่อยกล่าวหาลูกข้า!!”
แน่นอนว่าแม้ในใจจ้าวเติงจะเคลือบแคลงสงสัย แต่ไหนเลยมันจะยอมรับได้
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ลูกชายมันตายไปแล้ว ถึงแม้อีกฝ่ายยังไม่ตายและให้มันรู้ว่าลูกตัวฝึกเคล็ดมารกลืนหยินจริง มันก็ไม่ยอมรับ!
ต้องทราบด้วยว่าในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า ผู้ใดฝึกฝนบ่มเพาะพลังด้วยเคล็ดมารกลืนหยินก็ไม่ต่างจากมุสิกวิ่งข้ามถนน ผู้คนล้วนตะโกนไล่รุมตี!
“หลักฐานงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนยิ้ม “งั้นให้ข้ากล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าดีหรือไม่ เจ้าจะได้รู้ว่าข้าไม่ได้โกหก?”
“ไม่จำเป็น! จะอย่างไรข้าก็ไม่มีวันเชื่อเจ้า!!”
ได้ยินคำท้าของหลิงเทียน จ้าวเติงกล่าวตัดบททันที เลือกปฏิเสธไม่รับฟัง