จ้าวเติงถลึงตามองต้วนหลิงเทียนด้วยความดุร้าย มวลพลังมหาศาลทั่วกายคล้ายพร้อมปะทุออกทุกเวลา “หลิงเทียน! ลูกชายข้าก็ตายไปแล้ว ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าปรักปรำลูกข้าอีก!!”
“ปรักปรำ?”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะ “รองจ้าวตำหนักจ้าว…ข้าไม่ได้ใส่ร้ายปรักปรำลูกชายเจ้าแม้ครึ่งคำ ที่ข้าพูดล้วนเป็นมันสารภาพออกมาเองทั้งสิ้น…มันยังบอกข้าเองว่ามันปั่นหัวจ้าววังจูกับนายน้อยฉีจิ้ง สุดท้ายมันก็เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ลักพาตัวทั้งหมด!”
“บางทีหากมันไม่ได้ชักใย จ้าววังจูคงยากจะบรรลุข้อตกลงกับฉีจิ้ง…”
วาจาท้ายประโยค แววตาต้วนหลิงเทียนเริ่มเย็นลง
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน จ้าวเติงถึงกับเงียบไปพักหนึ่ง
มันยังจดจำได้วันที่จ้าวจี้พบเจอฉีจิ้งในคุกลับใต้ดิน อีกฝ่ายนิ่งไปหน้าเตียงฉีจิ้งอยู่นานสองนาน
ตอนนั้นมันคิดว่าลูกชายตัวเองติดต่อกับฉีจิ้ง แต่อีกฝ่ายบอกว่าเปล่า
วันนั้นมันไม่ได้สงสัยอะไรลูกชายตัวเองแม้แต่น้อย
แต่วันนี้พอมาได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน มันจึงรู้สึกว่าเรื่องราวในวันนั้นมีความผิดปกติอยู่บ้าง
กระทั่งใจที่มั่นคงยังเริ่มสั่นไหว
‘เป็นไปไม่ได้…ไม่จริง วันนั้นจี้เอ๋อติดต่อกับฉีจิ้งงั้นหรือ? หรือที่จี้เอ๋อไม่บอกข้าเพราะกลัวว่าข้าจะห้ามไม่ให้ฝึกเคล็ดมารกลืนหยิน?!’
จ้าวเติงครุ่นคิดในใจ ยิ่งคิดใจยิ่งดิ่งลง