อย่างไรก็ตามจ้าวเติงเองก็ไม่กล้ากระทำเกินเลย หลังแผ่กลิ่นอายพลังพักหนึ่ง มันก็ถอนรั้งมวลพลังทั้งหมดทันที
อย่างไรเสียองครักษ์เกราะทมิฬเหล่านี้ก็เป็นคนของตำหนักเมฆาคราม และจากคำกล่าวที่ว่า ‘คิดตีสุนัขต้องดูนาย’ จ้าวเติงไหนเลยจะหาญกล้ารังแกคนของตำหนักเมฆาคราม!
ตำหนักเมฆาครามนั้นอย่าว่าแต่มัน ต่อให้บิดามันหอบสังขารมาเองก็ไม่กล้าจะล่วงเกินตำหนักเมฆาครามแม้แต่น้อย!
มันกระทำเช่นนั้นเพียงเพราะอยากให้องครักษ์เกราะทมิฬรับทราบพลังฝึกปรือและฐานะ อีกฝ่ายจะได้ไม่ปรามาสดูถูกมัน!
“ที่แท้เป็นรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับแซ่จ้าวนี่เอง!”
ไม่นาน 1 ใน 9 องครักษ์เกราะทมิฬคนหนึ่งก็ก้าวออกมาก่อนที่จะยื่นมือขวาออกไปโดยมีมือซ้ายป้องบัง ค่อยโค้งคารวะจ้าวเติงเล็กน้อย “ยินดีที่ได้พบรองจ้าวตำหนักจ้าว ข้า หลิวฉวน สือฟูฉางหมู่ที่ 73 แห่งตำหนักเมฆาคราม”
“คารวะรองจ้าวตำหนักจ้าว!”
องครักษ์เกราะทมิฬที่เหลืออีก 8 คนก็ป้องมือโค้งคารวะทักทายจ้าวเติงเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าองครักษ์เกราะทมิฬทั้ง 9 คารวะทักทายอย่างสุภาพเรียบร้อย จ้าวเติงอดไม่ได้ที่จะกระหยิ่มยิ้มย่อง หน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ลำตัวยังคล้ายจะยืดยาวขึ้น ใจคิดไปว่าการสำแดงพลังเมื่อครู่ช่างได้ผลประเสริฐนัก!
“เจ้าคือสือฟูฉางเช่นนั้นหรือ?”
จ้าวตงมองหลิวฉวน ก่อนที่จะหยักหน้า “เอาล่ะ ข้ามีเรื่องคิดไถ่ถามเจ้าเรื่องหนึ่ง ตอนนี้…”
“รองจ้าวตำหนักจ้าว”