จ้าวเติงยังกล่าวไม่ทันจบคำหลิวฉวนก็กล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน ยังผลให้หน้าจ้าวเติงถึงกับเปลี่ยนสีทันที ทว่าหลิวฉวนไม่สนใจ ยังคงกล่าวต่อออกมาว่า “ท่านจ้าวตำหนักได้กำชับพวกเราไว้แล้ว…ว่าหากท่านมาจำต้องต้อนรับท่านให้ดี และยังต้องพาท่านไปส่งที่ห้องโถงหลัก เพื่อที่ท่านจ้าวตำหนักจะได้ต้อนรับท่านด้วยตัวเอง!”
หลังได้ยินคำของหลิวฉวนสีหน้าไม่พอใจของจ้าวเติงก็สลายหายกลายเป็นตะลึงงันด้วยความยินดี “ท่านจ้าวตำหนักของพวกเจ้า…คิดต้อนรับข้าเป็นการส่วนตัวเลยงั้นหรือ!?”
จ้าวเติงถึงกับถามซ้ำด้วยกลัวฟังผิด
“ใช่”
อย่างไรก็ตามไม่ทันไรมันก็ได้ยินหลิวฉวนกล่าวตอบย้ำ
มันไม่ได้ฟังผิด!
จังหวะนี้จ้าวเติงรู้สึกเสมือนมีไอร้อนหนึ่งแล่นวาบจากปลายเท้าจรดศรีษะ พาลให้หน้าผากรู้สึกอุ่นร้อนวูบวาบขึ้นมา
นี่คือความรู้สึกของอาการ ตื่นเต้น!
สำหรับการต้อนรับขององครักษ์เกราะทมิฬเบื้องหน้านั้น จ้าวเติงไม่ได้แยแสแม้แต่น้อยเพราะอย่างไรอีกฝ่ายอย่างดีก็แค่ขอบเขตอริยะเซียนขั้นสูงสุด
อย่างไรก็ตามจ้าวตำหนักเมฆาครามนั้นเป็นอะไรที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!
จ้าวตำหนักเมฆาครามคือตัวตนที่ทุกผู้คนได้แต่แหงนมอง ทว่าตอนนี้ตัวตนเช่นนั้นกำลังจะต้อนรับมันเป็นการส่วนตัว?
จังหวะนี้จ้าวเติงรู้สึกเสมือนร่างกำลังลอยล่องบนปุยเมฆ!
อย่างไรก็ตามหลังผ่านไปครู่หนึ่งจ้าวเติงพลันตระหนักได้…ต้อนรับด้วยตัวเองกับผีสิ! นี่มันไม่ใช่แล้ว!!