หลังจากถามตัวเองมันก็ตอบได้ทันที…ว่าไม่เคยรู้จักกับจ้าวตำหนักเมฆาครามมาก่อนเลย! กระทั่งบิดามันก็คงไม่มีทางสร้างสัมพันธ์กับตัวตนระดับนี้ได้!!
เช่นนั้นแล้วไฉนจ้าวตำหนักเมฆาคราม 1 ในผู้ทรงพลังที่เข้มแข็งที่สุดในแดนดินภูมิภาคเบื้องล่าง ต้องออกมาต้อนรับมันเป็นการส่วนตัวด้วย?
ยิ่งไปกว่านั้นไฉนจ้าวตำหนักเมฆาครามถึงล่วงรู้ได้ว่ามันจะมา?
หากมีสิ่งใดผิดปกติย่อมมีปีศาจ!
หลังจากสงบอารมณ์จ้าวเติงก็ไม่หลงระเริงและตื่นเต้นยินดีอะไรอีกต่อไป มันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยกล่าวกับองครักษ์เกราะทมิฬทั้ง 9 ว่า “ฝากพวกเจ้าขอบคุณท่านจ้าวตำหนักเมฆาครามแทนข้าด้วย…หากแต่พอดีข้ามีธุระที่ต้องรีบไปจัดการ”
เมื่อตระหนักได้ว่าเรื่องราวสมควรผิดท่า จ้าวเติงก็โยนความคิดเรื่องตามล่าหลิงเทียนและกู่ลี่ทิ้งไปทันที
ตอนนี้ในหัวหลงเหลือเพียงหนึ่งความคิดเท่านั้น…หนี! หนีไปให้ไกลจากตำหนักเมฆาคราม!!
กล่าวจบคำจ้าวจี้ก็ไม่รอให้องครักษ์เกราะทมิฬทั้ง 9 ตอบสนอง จ้าวเติงหันหลังและคิดออกจากทะเลสาบผานหลง!
มวลพลังมหาศาลขุมหนึ่งเริ่มพุ่งพล่านขึ้นทั่วกายจ้าวเติง เตรียมปะทุพลังหลบหนีออกจากเขตพื้นที่ตำหนักเมฆาคราม!
ไม่ทราบอะไรดลใจให้มันคิดไป…แต่มันรู้สึกเสมือนว่าหากไปห้องโถงหลักของตำหนักเมฆาคราม ก็เสมือนมันก้าวเดินสู่หลุมพรางที่ลึกเกินจะปีนกลับขึ้นมา!
“เมื่อมาแล้วไฉนต้องรีบร้อนจากไปเล่า?”