หมิงเฉินกล่าวเนิบ ๆ “การฝึกฝนนั้นมิเพียงเพื่อพัฒนาตัวเอง ยังต้องบ่มเพาะจิตใจด้วย”
“ผู้ไม่ใจแข็งพอ ภายหน้าเมื่อเผชิญสิ่งเร้า ก็จะไม่อาจคงสติไว้ได้”
“เมื่อพบสิ่งยั่วเย้าจากศัตรู ประจักษ์แก่ทรัพยากรมากมาย ยามพวกเจ้าเจียนตกสู่วิถีมาร พวกเจ้าจะรักษาหัวใจตนเองได้หรือ?”
“ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เหมือนเป็นการเตือนสติพวกเจ้า การประลองฝีมือหาใช่จุดจบชีวิตพวกเจ้าไม่ แต่เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตของพวกเจ้าต่างหาก”
หมิงเฉินโบกมือน้อย ๆ แล้วผู้ไม่ผ่านด่านก็พากันถอยหลังไปหลายสิบก้าวอย่างเกินควบคุม แยกเป็นกลุ่มออกจากอัจฉริยะเกือบห้าร้อยคนตรงหน้า
สีหน้าแววตาของพวกเขาดูจนใจพ่ายแพ้อย่างเกินปิดบัง
พวกเขาอาจแข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่มิได้ขัดเกลาจิตใจให้โตตาม
แม้จะไม่เต็มใจ พวกเขาก็มิกล้าเอาเรื่องกับเจ้าแคว้น จึงทำได้เพียงคอตกจากไป
คิดไปว่าพวกตนจะได้เจิดจรัสในการแข่งขันนี้ หารู้ไม่ว่าจะจบลงด้วยความสุดเสียดาย
ในการประลองยอดฝีมือ ผู้ดำเนินได้จนสุดทางจึงเป็นผู้มากฝีมือโดยแท้จริง
เซี่ยชิงมองอัจฉริยะที่นางปลุกปั้นมากับมืออย่างพอใจ มีผู้ถูกคัดออกเพียงสองเท่านั้น
เทียบกับเขตอื่น ๆ แล้ว กลุ่มคนที่นางเลือกมายอดเยี่ยมยิ่ง