หลังจากที่พ่อลูกสกุลจ้าวกลับไป กู่ซืออวิ๋นอดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ข้าไม่คิดเลยว่าจาวจี้สุดท้ายจะตายเยี่ยงสุนัขข้างถนนตัวหนึ่ง…อย่างไรเสียมันก็แค่เซียนขัดเกลา แล้วมันจะออกไปทำอะไร? มันคิดหรือว่าจะทำอันใดเสี่ยวเทียนได้?”
“เฮอะ! อาศัยพลังฝึกปรืออ่อนด้อยของมัน กล้าตามน้องหลิงเทียนไปก็รนหาที่ตายเอง!!”
กู่ลี่แค่นคำเย้ยเยาะ “ในความคิดข้ากว่า 9 ส่วน จ้าวจี้ สมควรถูกน้องหลิงเทียนฆ่า!”
“ข้าว่าครั้งนี้ผู้ลงมือมิน่าใช่เสี่ยวเทียน…เพราะพวกมันกล่าวบอกชัดว่าจ้าวจี้ตกตายเพราะถูกทำลายวิญญาณ มีเพียงยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญสำนึกเทวะถึงกระทำเช่นนั้นได้…และเท่าที่ข้ารู้เสี่ยวเทียนมิได้มีความสามารถนี้!”
กู่ซืออวิ๋นส่ายหัวกล่าวออก มันคิดต่าง
“ไม่ว่าจะอย่างไรแต่จ้าวจี้นั่นมันตายก็สมควรแล้ว! มันตายไปตำหนักฟ้าลี้ลับเราก็ลดเภทภัยที่อาจเกิดจากความถือดีของมันได้หลายส่วน!”
กู่ลี่กล่าวออกเสียงเบา หากแต่สีหน้าท่าทางไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความเห็นใจจ้าวจี้
“ลี่เอ๋อคำพูดพวกนี้เจ้ากล่าวได้เพียงแต่ในบ้าน หากเล็ดลอดออกไปจ้าวเติงกับจ้าวจินมันไม่เลิกราแน่! สำหรับพวกมันแล้วจ้าวจี้ก็เสมือนแก้วตาดวงใจ…ตอนนี้ต่อให้จ้าวเติงคิดมีบุตรอีกสักคน แต่กว่าจะเติบโตได้อย่างจ้าวจี้ต้องใช้เวลานับสิบๆปี…”
จ้าวจินกับจ้าวเติงรู้สึกอย่างไร กู่วืออวิ๋นเข้าใจพวกมันได้เป็นอย่างดี