หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับกู่ลี่ล่ะก็ มันเองก็ไม่พ้นต้องเป็นอย่างจ้าวจินและจ้าวเติง ไม่เพียงเท่านั้นมันอาจกระทั่งหนักหนาสาหัสกว่า อาจถึงขั้นคุ้มคลั่งเสียสติไปเลยก็เป็นได้
“ข้าเข้าใจแล้วท่านพ่อ”
กู่ลี่ที่รู้ว่ากู่ซืออวิ๋นกล่าวออกมาแบบนี้เพราะหวังดีต่อตัว ก็รีบรับคำอย่างเชื่อฟัง
“ลี่เอ๋อ ว่าแต่เสี่ยวเทียนไปที่ใดกัน ข้าคิดว่าเสี่ยวเทียนจะเดินทางไปยังภูมิภาคเบื้องบนพร้อมเจ้าทันทีเลยเสียอีกหลังจากเจ้าทะลวงถึงเซียนมนุษย์แล้ว อย่าได้บอกข้าว่าเสี่ยวเทียนไม่สนใจเจ้าแล้วขึ้นไปภูมิภาคเบื้องบนคนเดียว?”
กู่ซืออวิ๋นกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้
ตอนนี้ทั้งจ้าวจินและจ้าวเติงก็จากไปแล้ว กู่ลี่จึงสามารถเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้บิดามันฟังได้
อย่างไรก็ตามมันไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียนออกมาโต้งๆ เลือกที่จะเกริ่นนำออกมาก่อน “ท่านพ่อ น้องหลิงเทียน ที่จริงแล้วเขามิได้แซ่หลิง…”
“อ้าว? มิใช่เขาเรียกว่า หลิงเทียน หรอกหรือ?”
กู่ซืออวิ๋นงุนงง
“หลิงเทียนเป็นเพียงนามของน้องหลิงเทียนเฉยๆ…ส่วนแซ่ของน้องหลิงเทียน ท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วน้องหลิงเทียนแซ่อันใด?”
ขณะกล่าวถามกู่ลี่จงใจลากเสียงให้แลดูลึกลับ
“เพ้ย โลกนี้กว้างใหญ่สุดไพศาล แซ่ผู้คนมีมากมายดั่งดาราบนฟ้า…ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยวเทียนใช้แซ่ใด?”