กู่ซืออวิ๋นโพล่งคำออกมาด้วยความหงุดหงิด “เอาล่ะ! ในน้ำเต้าเจ้าขายยาอันใดรีบกล่าว! แค่บอกข้ามาว่าเสี่ยวเทียนใช้แซ่ใด!”
“เขาใช้แซ่เดียวกับจ้าวตำหนักเมฆาคราม…”
กู่ลี่หัวเราะ
“แซ่เดียวกับจ้าวตำหนักเมฆาคราม? ต้วนหรูเฟิง? แซ่ของเสี่ยวเทียนคือต้วนหรือ?”
กู่ซืออวิ๋นประหลาดใจเล็กน้อย “เช่นนั้นนามเต็มของเสี่ยวเทียนไม่ใช่หลิงเทียนแต่เป็นต้วนหลิงเทียน…ช้าก่อน! ต้วนหลิงเทียน…ต้วนหลิงเทียน…ข้าเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ใดกันนะ ข้าจำไม่ได้แล้ว”
“ตราผนึกมาร”
กู่ลี่กล่าวแนะออกมาในเวลาอันสมควร
ตราผนึกมาร!
ได้ยินคำแนะของกู่ลี่ เสมือนเมฆหมอกรอบกายกู่ซืออวิ๋นได้อันตรธานหายไป กลายเป็นกระจ่างสดใสเริงร่าขึ้นมาทันที “โอ้! ข้าจำได้แล้ว…ชายหนุ่มที่โชคดีคนนั้นเรียกว่าต้วนหลิงเทียน! ข้าไม่คิดเลยว่าเสี่ยวเทียนจะมีชื่อเดียวกัน ต้วนหลิงเทียน!”
“นามต้วนหลิงเทียนนับว่า…ยิ่งใหญ่ไม่น้อย! หายากนักที่จะมีผู้ใดหาญตั้ง!”
กู่ซืออวิ๋นหัวเราะ
เหตุผลที่มันไม่คิดว่าต้วนหลิงเทียนที่มันรู้จัก คือต้วนหลิงเทียนในข่าวลือ เพราะมันมั่นใจว่าต้วนหลิงเทียนไม่ได้ปลอมแปลงรูปโฉม และมันก็เคยเห็นใบหน้าต้วนหลิงเทียนในข่าวลือมาก่อนแล้ว
ถึงแม้ทั้งคู่จะแลดูหล่อเหลาหน้าตาดี แตก็ยังมีความต่างอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านพ่อ น้องหลิงเทียนเป็นคนถือครองตราผนึกมาร…”