ตอนนี้จ้าวเติงแทบไม่หลงเหลือกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้ว มันร่ำไห้ออกมาแทบวายปราณ
ผ่านไปพักหนึ่งจ้าวเติงก็รู้ตัว ว่าต่อให้มันร่ำไห้ทั้งหมดอาลัยตายอยากต่อไปแค่ไหน จ้าวจี้ก็ไม่อาจฟื้นคืน กระทั่งไม่อาจล้างแค้นให้ลูกชายคนเดียวของมันได้! มันจึงพยายามสงบจิตสงบใจ และเริ่มตรวจสอบร่างไร้วิญญาณของลูกชายคนเดียวด้วยสองมือที่สั่นระริก…
และการตรวจสอบนี้ทำให้มันพบเบาะแสประการหนึ่ง
มันพบว่าทั่วร่างจ้าวจี้กลับไร้ซึ่งบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆ กระทั่งรอยขีดข่วนแม้แต่น้อยก็ไม่มี “อันใดกัน…ตามตัวจี้เอ๋อเองก็ไร้บาดแผล…หรือจะถูกทำลายจิตวิญญาณจนตายตก? หรือว่า…ผู้ที่ลงมือสังหารจี้เอ๋อกับสตรีนางนั้นจักเป็นคนๆเดียวกัน?”
“เป็นตัวบัดซบที่ไหนฆ่าลูกชายของข้ากันแน่!?”
จ้าวเติงตะโกนขึ้นฟ้าอย่างคับแค้น มันแทบเป็นบ้าอยู่รอมร่อ เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วมันก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติมเลย… ร่องรอยและเบาะแสใดๆขาดหายไปเสียแล้ว
มันเองก็พยายามตรวจสอบร่องรอยรอบๆอย่างละเอียด แต่กลับไม่พบอะไรเพิ่มเติม
‘ด้วยความเร็วของจี้เอ๋อ หากมุ่งหน้ามาทางนี้สมควรตามหลิงเทียนนั่นทันแล้ว…อย่างไรก็ตามตลอดทางข้ากลับมิเห็นศพหลิงเทียน! เช่นนั้นก็ไปตามทางที่หลิงเทียนมุ่งหน้าไปหลังออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับก่อนแล้วกัน’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ จ้าวเติงก็เตรียมไล่ตามต้วนหลิงเทียนต่อ
แน่นอนว่าร่างจ้าวจี้ถูกเก็บไว้ในแหวนพื้นที่อย่างดี