เมื่อวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง โอวหยางหลัวก็เสมือนเปลือกๆหนึ่ง ร่างนางร่วงตกจากฟ้าไปยังพื้นเบื้องล่างทันใด กระบี่หักที่ง้างเตรียมซัดก็ตกลงไปพร้อมกันทั้งอย่างนั้น…
“เฮ่อ…”
“แฮ่ก…แฮ่ก…”
บนฟ้าสูง ต้วนหลิงเทียนที่หอบหายใจ มองร่างโอวหยางหลัวที่ถูกตราผนึกมารสะกดปราบด้วยความโล่งใจ
“เวร! ไม่ได้การแล้ว! จ้าวจี้มันหนีไปได้!!”
ทว่าต้วนหลิงเทียนที่หอบหายใจด้วยความโล่งอก ก็โล่งอกได้ไม่นาน เพราะนึกขึ้นได้ว่าจ้าวจี้ยังไม่ตาย และพอหันไปมองที่ๆมันเคยอยู่ คนก็หายไปแล้ว!!
“ตราผนึกมาร!”
ทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนพลันมองไปยังตราผนึกมารเขม็ง
ตราผนึกมารเองก็คล้ายสัมผัสได้ถึงเจตจำนงของผู้เป็นนาย มันสะท้านสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่จะพุ่งทะลวงหมู่เมฆขึ้นไปบนฟ้าสูง!
หลังจากนั้นมันก็เริ่มบินเป็นวงกลมคล้ายจะตรวจสอบทั่วสารทิศ และพอวนได้รอบหนึ่งมันก็สั่นไหวอีกครา คล้ายยืนยันทิศทางได้สำเร็จ
ซู่ม!!
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนก็เห็นว่าตราผนึกมารที่สั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก็เหินบินออกไปด้วยความเร็วสูงล้ำปานดาวตก หายวับไปต่อหน้าต่อตาต้วนหลิงเทียน
ทิศทางที่ตราผนึกมารพุ่งไป สมควรเป็นทิศทางหลบหนีของจ้าวจี้!!
“จ้าวจี้!!”
หลังจากที่รวบรวมสินสงครามจากร่างโอวหยางหลัวแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เหินตามตราผนึกมารไปทันที ตอนนี้ในร่างเขาหลงเหลือปราณสุริยันแรกกำเนิดเพียงน้อยนิด ทว่าความเร็วในการเหาะก็ไม่ได้เชื่องช้า