หากใครสังเกตให้ละเอียด จะพบว่าดวงตาของจ้าวจี้ที่ร่วงตกจากฟ้านั้น มันชืดชาไร้ประกายใดๆ
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณของจ้าวจี้ถูกตราผนึกมารสูบกลืนไปสะกดทำลายเรียบร้อยแล้ว
ผ่านไปเค่อหนึ่ง ต้วนหลิงเทียนก็พุ่งเหินร่างมาถึงจุดเกิดเหตุ พอเขาเห็นตราผนึกมารมันเหินวนเวียนอยู่กลางอากาศ ส่วนจ้าวจี้ร่วงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น ลมหายใจเฮือกใหญ่ก็ถูกระบายออกมาด้วยความโล่งอก
‘ตราผนึกมารจะอย่างไรก็เป็น 1 ใน 10 ยอดศาสตราเซียน…หากจ้าวจี้รอดไปได้ แล้วเรื่องนี้กระจายออกไปข้าได้งานเข้าแน่…เพราะมันเป็นอะไรที่กระทั่งภูมิภาคด้านบนก็ยังต้องการ ต่อให้ข้าจะพึ่งพลังอำนาจของตำหนักเมฆาคราม ก็ป้องกันได้แค่คนของภูมิภาคเบื้องล่างเท่านั้น…แต่สำหรับยอดฝีมือของภูมิภาคเบื้องบน ตำหนักเมฆาครามยังจะนับเป็นอะไรได้!’
คิดถึงเรื่องนี้ ใจต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหวาดเสียว!
อย่างไรก็ตาม ด้วยจ้าวจี้ตกตายไปแล้วแบบนี้ นั่นหมายความว่าเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยดี…
ข่าวที่ว่าเขาคือต้วนหลิงเทียน อย่างน้อยๆ ก็ยังไม่แพร่กระจายออกไปในช่วงนี้
หลังจากที่สังหารจ้าวจี้แล้ว ต้วนหลิงเทียนที่ตอนนี้ปราณในร่างตกฮวบแทบไม่มีเหลือ จำต้องขุดถ้ำในภูเขา เพื่อเข้าไปนั่งในเจดีย์หลิงหลงโคจรฟื้นพลังพักใหญ่ ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางสืบต่อ
ณ ตำหนักฟ้าลี้ลับ…
“ป่านนี้…จี้เอ๋อน่าจะฆ่าหลิงเทียนได้แล้ว..”