ต้วนหลิงเทียนสมควรตัวแตกตาย หรือไม่อย่างน้อยๆก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!
ทว่าเท่าที่เห็น…หมัดของมันเพียงทำให้ต้วนหลิงเทียนบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!
“เช่นนี้ก็ดี…ข้าจักได้มีเวลาละเล่นกับเจ้าให้นานๆ!!”
จ้าวจี้แสยะยิ้มออกมา แววตาสนุกสนานไม่น้อยเห็นได้ชัดว่ามันยังมั่นใจในชัยชนะของตัว
“หลิงเทียน เจ้ามีดีเพียงเท่านี้หรือ? ช่างน่าผิดหวังนัก!”
ขณะเดียวกันจ้าวจี้ก็ไม่ลืมเย้ยเยาะต้วนหลิงเทียนด้วยวาจา สายตาของมันเต็มไปด้วยความถือดีหยิ่งผยองนัก
“จ้าวจี้…”
เผชิญหน้ากับการเย้ยเยาะท้าทายของจ้าวจี้ ต้วนหลิงเทียนที่ลมหายใจยังสงบไม่เปลี่ยน กล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าจริงใจเปิดเผยกล่าวบอกความจริงทั้งหมดให้ข้ารู้ ข้าเองก็คิดว่าสมควรจริงใจเปิดเผยเช่นกัน เพราะข้ามีเรื่องปิดบังเจ้าไว้มากมายเหลือเกิน…”
กล่าวจบคำ ภายใต้กสายตามองมาด้วยความฉงนของจ้าวจี้ ต้วนหลิงเทียนพลันสะบัดมือเรียกป้ายศิลาแผ่นหนึ่งมาถือเอาไว้
ป้ายศิลานี้แลดูเก่าแก่โบราณ แถมมีมุมหนึ่งแหว่งหายไป แถมบนตัวป้ายยังมีอักขระโบราณจารึกไว้มากมายราวแผ่นศิลาจารึกประวัติศาสตร์…
ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าอักขระเหล่านั้นมันมีความหมายอะไรกันแน่ เพราะแลดูยึกยือพิลึกพิลั่นไม่คล้ายตัวอักษรที่ใช้ในแดนดิน
และตอนนี้ป้ายศิลาดังกล่าวก็เริ่มสั่นไหวไปไม่หยุด คล้ายพยายามจะดิ้นให้หลุดจากมือของต้วนหลิงเทียน
“นั่นมันอะไร…”