“พี่กู่เป็นธรรมดาที่ท่านจะสงสัยเรื่องพวกนี้ อย่างไรก็ตามท่านต้องรู้ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยรู้เลยว่าบิดาข้าคือจ้าวตำหนักเมฆาครามจนกระทั่งวันนี้! ดังนั้นข้าเลยไม่รู้ว่าตัวข้ามีฐานะเป็นนายน้อยของตำหนักเมฆาคราม…ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ข้าต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง!”
ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจ
“นี่มัน…จะเป็นไปได้ยังไงกัน?!”
กู่ลี่ถึงกับผงะไปเมื่อได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียน
อย่างไรก็ตามพอนึกถึงปฏิกิริยาก่อนหน้าตอนที่ต้วนหลิงเทียนถามเรื่องจ้าวตำหนักเมฆาคราม กู่ลี่ก็เริ่มตระหนักได้ว่าสมควรเป็นเรื่องจริง
“น้องหลิงเทียน ไม่ใช่ว่าจ้าวตำหนักเมฆาครามพึ่งย้อนกลับไปรับคนในครอบครัวมาที่ตำหนักเมฆาครามเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วหรอกหรือ ไฉนไม่พาเจ้ากลับมาด้วยเล่า?”
พอคิดถึงเรื่องนี้กู่ลี่ก็งงอีกรอบ
“ท่านพ่อปล่อยให้ข้าอยู่ทวีปมนุษย์เพราะคิดเคี่ยวกรำข้า…อ่างไรก็ตาม ท่านพ่อได้ทิ้ง ‘กล่อง’ ไว้ให้ข้าใบหนึ่ง หลังจากที่ข้าบรรลุถึงด่านพลังสูงสุดของทวีปมนุษย์ข้าจะสามารถเปิดมันออกได้ และยามเดินทางมาดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า ก็สามารถอาศัยเบาะแสในกล่องเพื่อรวมตัวกับครอบครัว…น่าเสียดายเพราะข้าดันทำให้เบาะแสที่บิดาทิ้งไว้ให้เสียหาย เลยเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงแบบนี้”
คิดถึงเรื่องที่หยกบันทึกเสียงในกล่องเสียหาย ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกรอบ
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับผู้คนนัก!