พอต้วนหลิงเทียนอธิบายออกมา กู่ลี่ก็เริ่มเข้าใจ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง…อย่างไรก็ตามนี่นับว่าเป็นเรื่องดีอยู่บ้าง หากเจ้าไปตำหนักเมฆาครามแต่แรก พวกเราคงไม่ได้เจอกันแล้ว”
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับ หากแต่ลอบทอดถอนในใจ
“น้องหลิงเทียนในเมื่อเจ้ายืนยันได้แล้วว่าจ้าวตำหนักเมฆาครามคือบิดาของเจ้า แล้วเจ้าคิดจะไปหาท่านหรือไม่?”
กู่ลี่ถาม
“แน่นอน!”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับคำอย่างไร้ซึ่งความลังเลใดๆ “ที่ข้าดั้นด้นเดินทางมายังดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า เพราะคิดพบหน้าครอบครัวของข้าสักครั้งก่อนที่จะขึ้นไปยังภูมิภาคเบื้องบน…ในเมื่อตอนนี้ข้ามีเบาะแสแล้ว ข้าย่อมต้องไปหาทุกคนเป็นธรรมดา”
หลังจากได้รับทราบว่าบิดาไม่เอาไหนคือจ้าวตำหนักเมฆาคราม ต้วนหลิงเทียนใคร่อยากให้แผ่นหลังมีปีกงอกเงยขึ้นมาสักสิบคู่ จะได้รีบโผบินไปให้เร็วที่สุด!
เพราะที่นั่นไม่ใช่แค่บิดามารดาเขาเท่านั้น ยังมีคู่หมั้นกับลูกน้อยของเขาอยู่ด้วย!
‘นับจากเวลา…ตอนนี้ลูกของข้ากับเสี่ยวเฟยเอ๋อน่าจะโตพอรู้ความแล้วสินะ?’
พอคิดถึงลี่เฟยกับลูกในท้องที่น่าจะโตแล้ว แววตาต้วนหลิงเทียนกลายเป็นอ่อนโยนลงทันใด ยังเหม่อลอยไปด้วยความคิดถึง
พอเห็นต้วนหลิงเทียนยื่นเหม่อทั้งยิ้มแย้มไปราวตัวโง่งม กู่ลี่ก็รู้ได้ทันทีว่าต้วนหลิงเทียนกำลังคิดถึงครอบครัวอยู่ จึงไม่คิดจะรบกวนอะไร เพราะรู้ดีว่าหากไปขัดอีกฝ่ายตอนนี้ก็เสมือนมันก่ออาชญากรรมประการหนึ่ง