ดั่งที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวไว้ไม่มีผิด เพียงเวลาแค่ไม่นานเรื่องที่กู่ลี่ทะลวงผ่านถึงขอบเขตเซียนมนุษย์แล้วก็แพร่กระจายไปทั่วตำหนักฟ้าลี้ลับ ทำให้ทั้งตำหนักฮือฮาขึ้นมากันยกใหญ่
บรรยากาศอึมครึมหลังเรื่องเคล็ดมารกลืนหยินปรากฏ ก็คล้ายจะถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ
“จริงเรอะ! ศิษย์พี่กู่ทะลวงถึงขอบเขตเซียนมนุษย์แล้ว!”
“จึกๆๆ สมแล้วที่เป็นถึงบุตรชายของท่านอาวุโสผู้พิทักษ์! บุตรพยัคฆ์ไหนเลยเป็นสุนัขได้!!”
“เฮ่ๆ พี่ท่าน จะว่าไปกระทั่งท่านจ้าวตำหนักของเราเอง ยามทะลวงถึงขอบเขตมนุษย์มิใช่จะมีอายุมากกว่าศิษย์พี่กู่หลายปีหรอกหรือ?”
“หากศิษย์พี่กู่กลายเป็นจ้าวตำหนักคนต่อไป ตำหนักฟ้าลี้ลับของพวกเราอาจมีโอกาสกลายเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3 ที่เข้มแข็งอย่างตำหนักเมฆาครามกับตลาดมืดหยินชาน! เสียดายที่ศิษย์พี่กู่คิดเดินทางไปยังภูมิภาคเบื้องบนหลังบรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์..”
“ตอนแรกก็หลิงเทียนคนนึงแล้ว มาตอนนี้ก็เป็นศิษย์พี่กู่ ทั้งคู่ล้วนเป็นยอดฝีมือที่จะนำพาตำหนักฟ้าลี้ลับเราให้รุ่งเรืองขึ้นทั้งนั้น…น่าเสียดายที่ใจอัจฉริยะล้วนแสวงหาจุดสูงสุด ต่างคิดขึ้นไปแสวงหาความก้าวหน้ายังภูมิภาคเบื้องบนทั้งคู่!”
……
เมื่อข่าวเรื่องที่กู่ลี่บรรลุขอบเขตเซียนมนุษย์แพร่กระจายออกมา บรรดาอาวุโสทั้งหลายย่อมได้รับทราบ หากแต่ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงอยเหงาซึมเซาด้วยความเสียดาย…