พวกมันรู้ดี การที่กู่ลี่ทะลวงผ่านขอบเขตเซียนมนุษย์ได้แบบนี้ อีกฝ่ายก็คงอยู่ในตำหนักฟ้าลี้ลับอีกไม่นานแล้ว
“กู่ลี่กลับทะลวงผ่านได้แล้วจริงๆ…”
ในคฤหาสน์ใหญ่โตหลังหนึ่ง รองจ้าวตำหนักอย่างจ้าวเติงเองก็ได้รับทราบข่าวนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกันจากบทสนทนาโดยรอบที่กล่าวเปรียบเทียบมันกับกู่ลี่ ในทำนองว่ามันเทียบชั้นกู่ลี่ไม่ได้ ก็ทำให้มันรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย…
มันกับกู่ลี่ล้วนเป็นบุตรชายของอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้งคู่ อนิจจายามมันมีอายุเท่ากู่ลี่ มันก็ยังเป็นได้แค่อริยะเซียนขั้นเชี่ยวชาญแสนกระจ้อยร่อยเท่านั้น…
ไม่เปรียบเทียบก็แล้วไป…แต่พอเปรียบเทียบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสลดใจ! แม้พรสวรรค์ของมันจะนับว่าไม่ใช่ชั่วแล้ว แต่พอเทียบกับกู่ลี่ก็รู้สึกไร้เรื่องราวอยู่บ้าง!
ที่สำคัญคือพวกมันล้วนมีบิดาเป็นอาวุโสผู้พิทักษ์!
รวมๆแล้วตอนนี้มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดที่ทำให้บิดาอับอาย..
“ท่านพ่อ!”
ในขณะที่จ้าวเติงกำลังหดหู่ใจเพราะวาจาที่กล่าวกันไปทั่วตำหนักฟ้าลี้ลับ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นปลุกสติของมัน
ใบหน้าที่คล้ายมีเมฆหมอกปกคลุมให้อึมคลึมกลายเป็นกระจ่างใสดั่งแดดส่องทันทีเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคย
นั่นเพราะเสียงนี้เป็นเสียงบุตรชายคนเดียวของมัน จ้าวจี้ ที่หายตัวไปเกือบ 2 ปี!
ตั้งแต่วันที่จ้าวคุนปะทะกับหลิงเทียนแถวโถงเป็นตาย มันก็ไม่ได้เห็นหน้าบุตรชายของมันอีกเลย…