อย่างไรก็ตามเพราะไข่มุกวิญญาณของบุตรชายยังอยู่ดี มันจึงไม่ได้เป็นกังวลอะไร
“ฮึ่ม! ตลอด 2 ที่ผ่านเจ้าไปอยู่ที่ใดมา ข้านึกว่าเจ้าลืมเลือนบิดาคนนี้แล้วเสียอีก!!”
จ้าวเติงที่เห็นจ้าวจี้ ก็ปั้นหน้าเข้มกล่าวตำหนิออกไปทันที
แม้จะแลดูขึงขังจริงจัง แต่มันก็ทำเป็นเข้มไปอย่างนั้น หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าแววตาของมันมีแต่ความอ่อนโยน ทั้งดีใจที่เห็นหน้าลูกชายกลับมาไม่น้อย…
“ท่านพ่อ…ข้าเห็นพลังฝีมือกล้าแข็งของต้วนหลิงเทียนวันนั้น ข้าก็รู้สึกยากยอมรับ จึงออกเดินทางไปหาที่ระบายอารมณ์…อย่างไรก็ตามข้าบังเอิญไปพบพานกับสถานที่ประหลาดแห่งหนึ่ง และได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เลิศล้ำมา…จึงใช้เวลาอยู่กับมันสักพัก!”
จ้าวจี้กล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม?
“ผลประโยชน์เลิศล้ำอันใด มิใช่ว่าพากันไปเที่ยวกับสหายเหลวไหลของเจ้าแถวหอนางโลมเมืองใหญ่ที่ไหนสักเมืองหรอกหรือ?”
จ้าวเติงยังคงกล่าวค่อนแคะออกไป
“ท่านพ่อ ออกไปคราวนี้ข้าไม่ได้ไปเหลวไหลกับสหายที่ไหนนะ แถมยังไม่ไปเจอหน้าสหายอะไรสักคน! ข้าบังเอิญไปเจอซากโบราณสถานลับแห่งหนึ่งที่อยู่ใต้ดินแถวๆภาคตะวันออกต่างหาก! และดูเหมือนจะเป็นมรดกสถานของยอดคนที่บรรลุขอบเขตพลังฝีมือเหนือกว่าเซียนนภาเหลือทิ้งไว้ด้วย!!”
วาจาท้ายประโยคสีหน้าแววตาจ้าวจี้เผยให้ความตื่นเต้นครั้งใหญ่ออกมา
ดูเหมือนจะเป็นมรดกสถานของยอดคนที่บรรลุขอบเขตพลังฝีมือเหนือกว่าเซียนนภาเหลือทิ้งไว้งั้นเหรอ?