“ทุกคนล้วนมีสิ่งที่มิอาจแตะต้อง…สำหรับหลิงเทียนแล้วมิแคล้วบิดามารดาคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาแน่ แม้รู้ว่าตัวเองต้องตาย แต่ก็คิดสู้เพื่อบิดามารดาของตัว….”
“การกระทำครั้งนี้ของหลิงเทียน แม้จะแลดูโง่งม แต่ข้าพเจ้าอดมิได้ที่จะชื่นชม ช่างเป็นลูกกตัญญูนัก!”
“กตัญญูบ้านเจ้า! นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ! เจ้าคิดว่าบิดามารดาหลิงเทียนอยากเห็นลูกตายเช่นนี้หรือ!?”
……
แม้บทสนทนาจะกระหึ่มออกมาดั่งระลอกคลื่นจนระงมไปทั่วยอดเขาวังนภา แต่ทุกคนก็ไม่ลืมเหินร่างมุ่งหน้าไปยังโถงเป็นตาย
แน่นอนว่ามีหลายร่างที่พุ่งแยกย้ายออกไปด้วยความเร็วสูง คล้ายจะไปพาสหายมาชมดูเรื่องสนุกสนาน
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ตำหนักฟ้าลี้ลับมีโถงแห่งความตายมากมาย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาโถงเป็นตายของวังนภาก็เปลี่ยวร้างไร้ผู้คนแวะเวียนไปใช้ ไม่มีศิษย์คนใดไปทำสัญญาเป็นตายสักคน…
ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลย…ผู้คนย่อมให้ความสนใจการประลองเป็นตายในโถงเป็นตายวังนภาวันนี้ทั้งสิ้น! ข่าวเรื่องราวแพร่ไปไวนัก!
กระทั่งศิษย์ของตำหนักฟ้าลี้ลับที่อยู่ในตำหนักหลัก หรือผู้ที่ติดรายนามฟ้าลี้ลับ ก็ถึงกับลงมาดู
เรียกว่าเพียงเวลาแค่ไม่นานโถงเป็นตายของวังนภาก็คาคั่งไปด้วยผู้คน! ยังมาถึงลานประลองก่อนต้วนหลิงเทียนที่ต้องไปลงทะเบียนยิบย่อยอะไรเสียอีก!