ทว่าในสายตาของผู้อื่นไม่เว้นจ้าวคุน ทีท่าอาการของต้วนหลิงเทียนไม่ได้สงบแม้แต่น้อย
หลังจากถูกยั่วยุด้วยวาจาต่ำช้าของจ้าวคุน เรียกว่าสีหน้าของต้วนหลิงเทียนในสายตาคนอื่นมันไม่ได้เฉยเมยอีกต่อไป!
“แววตานั่น…ท่าทางหลิงเทียนจะโมโหแล้ว”
“เหลวไหล! จ้าวคุนกล่าววาจาลามปามถึงบุพการีเช่นนี้ หากยังไม่โมโหก็แปลกคนแล้ว! ลองมีคนมาด่าว่าบิดามารดาเจ้าดูบ้าง เจ้าจะยังใจเย็นได้อยู่หรือไม่?”
“ไม่แน่นอน ข้าพเจ้าจะทุบปากมันเสีย!”
……
ตอนนี้ผู้คนชักไม่แน่ใจแล้วว่าต้วนหลิงเทียนจะยังครองสติไว้และหนักแน่นพอจะปฏิเสธคำท้าประลองเป็นตายนั่นของจ้าวคุนหรือไม่
“ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก งั้นข้าก็จะให้เจ้าสมหวัง!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกปานผุดซึมออกมาจากหล่มน้ำแข็ง พาลให้ผู้คนโดยรอบอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก
และทันทีที่กล่าวจบคำ ร่างต้วนหลิงเทียนก็ย่ำเท้าเหินลอยขึ้นไปบนฟ้า ออกจากยอดเขาวังนภาทันที
“ยอมรับแล้วหรือ?”
ส่วนวาจาที่ต้วนหลิงเทียนพึ่งกล่าว ผู้คนก็พึ่งตระหนักได้หลังจากนั้น ทว่ายังอดประหลาดใจกันเสียไม่ได้ “นี่หลิงเทียนยอมรับคำท้าประลองเป็นตายกับจ้าวคุนแล้วหรือ?”
“สมควรเป็นเช่นนั้น…ฟังจากวาจาที่กล่าวเมื่อครู่ กับเหินร่างออกไปเช่นนั้น มิพ้นต้องมุ่งหน้าไปโถงเป็นตายแน่นอน!”
“ไม่จริงน่า! ไฉนยอมรับง่ายๆเช่นนี้เล่า มิวู่วามไปหน่อยรึไร?”