ทว่าหงกังไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้
วาจาของหวางเฟยเซวียนไม่ต่างใดจากอัสนียามแล้ง ที่ไร้การตั้งเค้ามาก่อน ใจมันถึงกับเลื่อนลอยว่างเปล่า กว่าจะรู้สึกตัวก็ผ่านไปสักพัก
และพอมันกลับมารู้สึกตัว ในใจก็รู้สึกว่าเรื่องราวน่าเหลือเชื่อนัก ‘มิใช่หลิงเทียนพึ่งทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดได้ไม่นานหรือไร…ไฉนตอนนี้ศิษย์น้องทำเหมือนเขาทะลวงผ่านอริยะเซียนแล้วเล่า? ไม่มั่นใจไม่ลงมือหรือ?’
ถึงแม้มันจะไม่ได้รู้จักกับศิษย์น้องคนนี้นานนัก แต่มันรู้นิสัยนางดีว่าใช่คนชอบกล่าววาจาเหลวไหล
ไม่นานหลังจากนั้น ศิษย์ของจูลู่ฉีอีก 2 คนก็ตามมาถึง
“หลิงเทียนมั่นใจหรือ?”
พอพวกมันได้รับทราบเรื่องราวจากปากหวางเฟยเซวียน พวกมันก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ
อย่างไรก็ตามแม้พวกมันจะตกใจ แต่พวกมันก็เลือกจะเชื่อศิษย์น้องร่างบางเบื้องหน้า
โถงเป็นตายนั้นปกติว่างเปล่าร้างผู้คน ทว่าอยู่ดีๆมีศิษย์มากันแน่นขนัด เจ้าหน้าที่ทั่วไปที่รับหน้าที่ดูแลการลงทะเบียนยิบย่อยก็แตกตื่นรีบให้คนไปตามผู้ดูแลโถงกันจ้าละหวั่น และนั่นย่อมทำให้อาวุโสที่รับหน้าที่ดูแลโถงถึงกับแปลกใจไม่น้อย รีบลงมาดูเรื่องราวด้วยตัวเองทันที
เมื่ออาวุโสผู้ดูแลโถงเดินมาถึงลานประลอง มันก็ได้ยินบทสนทนาโดยรอบ ทำให้พอรับทราบถึงเรื่องราว
“พวกเจ้า 2 คน คิดลงนามในสัญญาเป็นตายงั้นเหรอ?”