ตลอดระยะเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ต้วนหลิงเทียนจะปรับพลังให้เข้ากับเซียนขัดเกลาขั้นกลางได้สมบูรณ์ ด่านพลังมั่นคง เขายังบ่มเพาะจนห่างอีกแค่ก้าวเดียวก็จะทะลวงถึงเซียนขัดเกลาขั้นเชี่ยวชาญ
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนเปิดประตูบ้านออกมา เขาก็พบว่ายังมีคนจับตาดูเขาอยู่บางส่วน
‘เหอะๆ นี่คนของสกุลจ้าวมันยังไม่ยอมแพ้กันอีกเหรอเนี่ย?’
ต้วนหลิงเทียนย่นคิ้วเป็นปม หากแต่พักหนึ่งก็คลายออก เขาคร้านจะสนใจอะไรคนพวกนี้ เลือกที่จะมุ่งหน้าสู่ตำหนักหลักบนเกาะลอยฟ้า เพื่อพบกู่ลี่ทันที
คนของสกุลจ้าวย่อมลอบสะกดรอยตามเขาไปเป็นธรรมดา
“บัดซบ! มันปิดด่านมาตั้งนานแต่หลังออกด่านมันก็ยังไม่คิดไปไหนอีก!!”
เมื่อเห็นว่าครั้งนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้ออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับ เพียงขึ้นไปหากู่ลี่ คนของสกุลจ้าวไม่กี่คนที่ยังคอยตามต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหัวร้อนปุดๆ คำด่าทอสาปแช่งประดังในใจไม่เลิกรา คล้ายการที่ต้วนหลิงเทียนไม่ออกไปนอกตำหนักฟ้าลี้ลับ ร้ายแรงเหมือนเขาไปถล่มมารดาฆ่าบิดาพวกมันมาอย่างไรอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามข่าวการออกจากการปิดด่านบ่มเพาะครั้งนี้ของต้วนหลิงเทียน ก็แพร่กระจายไปถึงหู่อาวุโสระดับสูงของสกุลจ้าวอย่างรวดเร็ว
ครู่ต่อมาทั้งสกุลจ้าวก็เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละคนกระเหี้ยนกระหือรือหมายปฏิบัติภารกิจล่อลวงสังหารให้จงได้
ทั้งหมดนี้ เป็นธรรมดาที่ต้วนหลิงเทียนจะไม่รู้เรื่องเลย