ตอนนี้เขามาเยือนคฤหาสน์ที่พักของ อาวุโสผู้พิทักษ์กู่ซืออวิ๋นอีกครั้ง
“ลุงกู่ ท่านสบาย”
คราวนี้ต้วนหลิงเทียนได้เจอกู่ซืออวิ๋น
“เสี่ยวเทียน เจ้ามาแล้ว”
เมื่อพบเจอต้วนหลิงเทียนกู่ซืออวิ๋นก็เผยยิ้มทักทาย หากแต่ต้วนหลิงเทียนสังเกตได้ไม่ยากว่าหว่างคิ้วอีกฝ่ายแฝงความกังวล แววตายังคล้ายหนักใจอะไรบางอย่าง
“ลุงกู่ มีเรื่องใดทำให้ท่านหนักใจงั้นหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามด้วยสงสัย
กู่ซืออวิ๋นพอได้ยินคำถามก็ระบายลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง หากแต่ยังไม่กล่าวอะไร
“ท่านพ่อ น้องหลิงเทียนก็ไม่ใช่คนนอก…ท่านบอกน้องหลิงเทียนไปเถอะ จะอย่างไรก็เป็นน้องหลิงเทียนทีให้ข้อมูลเรื่องเคล็ดมารกลืนหยินกับพวกเราแต่แรก”
กูลี่ที่ไม่ทราบมาตั้งแต่เมื่อไหร่ กล่าวออกมาตรงๆ
กู่ซืออวิ๋นพอได้ยินก็พยักหน้า “เจ้าเล่าให้เสี่ยวเทียนฟังเถอะ”
หลังจากนั้นกู่ลี่ก็เปิดปากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมาทั้งหมด ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ว่าไฉนกู่ซืออวิ๋นถึงเป็นกังวล
“จ้าววังนภา ลักพาตัวฉีจิ้งหนีไป?”
‘เหตุผลที่พาตัวฉีจิ้งหนีไปไม่พ้นต้องการเคล็ดมารกลืนกินอะไรนั่นที่ฉีจิ้งฝึกแน่…แต่ในเมื่อเคล็ดมารกลืนกินถูกคนทั้งใต้หล้าต่อต้าน ว่าเป็นอวิชชาอันชั่วร้ายไร้มนุษย์ธรรมเป็นที่ชิงชังถึงขนาดไหน แล้วทำไมจ้าววังนภาถึงได้ก่อการอย่างหุนหันแบบนี้ได้?’