“หืม? เหตุผลที่จ้าววังนภาก่อการอุกอาจแบบนี้ เพราะคิดล้างแค้นเฝิงปู่อี้ รองผู้นำตลาดมืดหยินชาน?”
หลังจากได้รับทราบเรื่องราว ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะเผยยิ้มเจื่อนๆ “ดูเหมือนจ้าววังนภาจะไม่อาจปล่อยวางเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีที่แล้วได้…”
เมื่อครึ่งปีที่แล้ว เรื่องที่จ้าววังนภาถูกตบหน้าท่ามกลางอาวุโสทั้งหลายกลางฟ้า หากใครตาดีเข้าหน่อยย่อมแลเห็นได้ชัดเจน ต้วนหลิงเทียนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ย่อมเห็นชัดถนัดตา
เขาเข้าใจความรู้สึกของจูลู่ฉีได้ อีกฝ่ายสมควรรู้สึกเสมือนตายเสียดีกว่าอยู่!
ดังนั้นต้วนหลิงเทียนจึงไม่คิดแปลกใจเลยที่จูลู่ฉีเสี่ยงก่อการอุกอาจปานคนสิ้นไร้หนทาง ลักพาตัวฉีจิ้งไปเพื่อฝึกเคล็ดมารกลืนหยินแบบนี้
“อาจารย์ของจ้าววังนภาก็เป็นน้องชายของท่านบรรพจารย์ เช่นนั้นจ้าววังนภาก็เปรียบเสมือนศิษย์น้องของท่านพ่อ ปกติยามพบท่านพ่อจ้าววังนภาก็เรียกหาว่าศิษย์พี่ตลอด”
กู่ลี่กล่าวอธิบายออกมา
พอได้ยินที่กู่ลี่พูด ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ทันทีว่าไฉนกู่ซืออวิ๋นจึงแลดูหนักใจและเป็นกังวลขนาดนั้น
“ครั้งนี้จ้าววังจูนับว่าสิ้นคิดตื้นไปแล้วจริงๆ…รู้ทั้งรู้ว่าผู้คนรังเกียจผู้ฝึกเคล็ดมารกลืนหยินถึงขนาดนั้นกลับยังพยายามจะฝึกอย่างหน้ามืดตามัว…ว่าแต่ที่ว่ามันไร้มนุษย์ธรรมนั้น ที่แท้การฝึกเคล็ดมารกลืนหยินมันต้องทำอะไรงั้นเหรอลุงกู่?”
พอกล่าวถึงท้ายประโยค ต้วนหลิงเทียนก็มองกู่ซืออวิ๋นด้วยสงสัย