“เคล็ดมารกลืนหยิน นั้นกล่าวกันว่าผู้ฝึกจักใช้การดูดกลืนพลังหยินรวมถึงแก่นแท้โลหิตจากสตรีมาส่งเสริมพลังบ่มเพาะของตัวเอง…และสตรีที่ถูกกลืนกินพลังหยินกับแก่นแท้โลหิตไปก็ไม่อาจรอดชีวิตอยู่ได้ ยังตกตายกลายเป็นซากศพแห้งเหี่ยว”
แววตาของกู่ซืออวิ๋นเผยประกายดุร้ายออกมา “หากจูลู่ฉีฝึกเคล็ดมารกลืนหยินแล้วจริงๆ…หากเจอกันอีกครั้ง ข้าจะฆ่ามันกับมือ!”
“ดูดกลืนพลังหยิน…แก่นโลหิต”
ถึงแม้จะทราบแต่แรกว่าวิธีการบ่มเพาะพลังด้วยเคล็ดมารกลืนหยินมันชั่วร้ายไร้มนุษย์ธรรม แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดเลยว่าจะต่ำช้าแบบนี้ อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่งใบหน้ายังมืดลง
“ช่างเป็นเคล็ดวิชาที่ชั่วร้ายจริงๆ”
ไม่นานตาต้วนหลิงเทียนก็เผยประกายเย็นเยียบออกมา เขารู้สึกว่าผู้ที่ฝึกเคล็ดมารกลืนหยินนั้นไม่ต่างอะไรจากเดียรัจฉานแม้แต่น้อย!
“นี่ยังกล่าวได้ว่า…ฉีจิ้งถูกช่วยเหลือไป 9 ใน 10 ก็สมควรฟื้นฟูหายดีงั้นสิ?”
พอพึมพำกล่าวถึงเรื่องนี้ ต้วนหลิงเทียนก็หยีตาลงทันใด ในแววตายังเผยแสงเย็นเยียบ
ฉีจิ้ง นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง เป็นคนที่เขาจะไปตามฆ่าให้ตายในวันหลัง
ตอนแรกเขาคิดว่าครั้งนี้ฉีจิ้งไม่น่ารอดพ้นชะตาตายตกแย่แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะถูกจูลู่ฉีช่วยไปแบบนี้
“ก่อนที่จะหลบหนีจากไป ข้าววังจูยังทิ้งป้ายบันทึกเสียงเอาไว้ ว่าจะฆ่าฉีจิ้งทันทีหลังได้รับเคล็ดมารกลืนหยิน”