กูลี่กล่าวสืบต่อ “ถึงแม้แนวทางการกระทำของจ้าววังจูเป็นอะไรที่ยากจะยอมรับได้ หากแต่จากข้อความที่ทิ้งไว้ เห็นได้ชัดว่าทำไปเพราะไร้หนทาง คิดจะทรยศต่อตำหนักฟ้าลี้ลับแต่อย่างไร”
“ฮึ่ม! ตราบใดที่ฝึกฝนบ่มเพาะพลังด้วยเคล็ดมารกลืนหยินนั่น ก็ถือว่าสมควรตายแล้ว!!”
กู่ซืออวิ๋นโพล่งออกมาด้วยโทสะ
ฆ่าฉีจิ้ง?
ได้ยินคำนี้ของกู่ลี่ ต้วนหลิงเทียนไม่ได้มองในแง่ดีสักเท่าไร
ในเมื่อฉีจิ้งมีวิธีล่อลวงให้จูลู่ฉีก่อการอุกอาจแบบนี้ ไหนเลยมันจะไร้หนทางเพื่อตัวเอง ไม่พ้นต้องเล่นแง่อะไรสักอย่าง ไม่คิดบอกเคล็ดมารกลืนหยินให้จูลู่ฉีทั้งหมดง่ายๆแน่นอน
ดังนั้นเขาไม่คิดว่าจูลู่ฉีจะฆ่าฉีจิ้งได้
นี่ไม่ได้หมายความว่าพลังฝีมือของจูลู่ฉีไม่สูงพอจะฆ่าฉีจิ้ง ทว่าฉีจิงคงใช้เคล็ดมารกลืนหยินมาบีบคั้นให้จูลู่ฉีไม่อาจลงมือ
‘ฉีจิ้ง…เจอกันครั้งหน้าข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย!’
ต้วนหลิงเทียนกล่าวในใจ สองตายังทอประกายดุร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติแล้ว ต้วนหลิงเทียนพลันเงยหน้าขึ้นมายิ้มถามกู่ลี่ “พี่กู่ ว่าแต่วัตถุดิบที่ข้าขอให้ท่านช่วยรวบรวมให้ ไปถึงไหนแล้ว?”
“อ้อ วัตถุดิบที่เจ้าต้องการอยู่ในนี้แล้ว”
กู่ลี่หยิบแหวนพื้นที่ออกมาวงหนึ่ง ก่อนที่จะยื่นส่งให้ต้วนหลิงเทียน
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนผูกพันธะครองแหวนและแผ่สำนึกสติลงไปตรวจสอบสิ่งของด้านใน สองตาของเขาก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้นมาทันที